เคยเป็นไหมครับเวลาเราสั่งข้าวผัดปูตามร้านอาหารตามสั่งแล้วรู้สึกว่ามันไม่สะใจเอาเสียเลย บางทีก็ได้มาแค่เศษปูเล็กๆ ที่แทบจะมองไม่เห็น หรือบางร้านก็ผัดมาจนแฉะเยิ้มน้ำมันกินแล้วเลี่ยนไปหมด ความฝันของคนรักข้าวผัดปูอย่างเราคือการได้ตักข้าวสวยเม็ดร่วนๆ ที่เคลือบด้วยไข่สีเหลืองทอง พร้อมกับเคี้ยวเนื้อปูก้อนโตๆ ที่หวานฉ่ำเต็มคำ วันนี้เราเลยจะมาเปิดครัวสอนวิธีทำข้าวผัดปูแบบจัดเต็มที่บ้านเราเอง รับรองว่าทำง่ายกว่าที่คิดเยอะ แถมยังคุมคุณภาพวัตถุดิบได้เองแบบไม่ต้องกังวลเรื่องความสะอาดหรือปริมาณของที่ใส่ลงไปเลย
หัวใจสำคัญของข้าวผัดที่อร่อยไม่ได้อยู่ที่เครื่องปรุงรสที่แพงที่สุด แต่อยู่ที่การเข้าใจธรรมชาติของวัตถุดิบแต่ละอย่างและการใช้ไฟที่ถูกต้อง หลายคนอาจจะคิดว่าแค่เอาข้าวลงไปผัดกับไข่แล้วใส่ปูมันก็น่าจะจบ แต่จริงๆ แล้วมันมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่จะเปลี่ยนจากข้าวผัดธรรมดาให้กลายเป็นข้าวผัดระดับภัตตาคารได้เลย ตั้งแต่การเลือกข้าวไปจนถึงจังหวะการสะบัดกระทะ ถ้าเราเตรียมตัวมาดีตั้งแต่หน้าเขียง รับรองว่าตอนผัดจริงจะสนุกและผลลัพธ์ที่ได้จะทำให้คนในบ้านต้องทึ่งในฝีมือการเข้าครัวของเราแน่นอน
เตรียมวัตถุดิบให้พร้อมก่อนเริ่มไฟ
ก่อนจะไปจับตะหลิว เรามาดูรายการของที่ต้องไปหาซื้อจากตลาดหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตกันก่อนครับ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ ข้าวสวย ที่หุงไว้ค้างคืนจะดีที่สุด หรือถ้าหุงใหม่ก็ต้องปล่อยให้เย็นสนิทและค่อนข้างแข็งนิดหน่อย ปริมาณประมาณ 2 ถ้วยตวง ต่อมาพระเอกของเราคือ เนื้อปูแกะสว่างๆ สัก 1-2 ขีด เอาแบบที่เป็นก้อนใหญ่ๆ จะฟินมาก ไข่ไก่สด 2 ฟอง กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ ต้นหอมซอยเพิ่มสีสันและกลิ่นหอม และเครื่องปรุงพื้นฐานอย่าง ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย พริกไทยป่น และน้ำมันพืชสำหรับผัด
ถ้าใครอยากให้รสชาติกลมกล่อมแบบร้านอาหารจีนดั้งเดิม แนะนำให้หา เหล้าจีน มาติดครัวไว้สักขวดครับ ใส่เพียงนิดเดียวตอนผัดจะช่วยชูรสชาติและกลิ่นให้หอมหวนชวนกินขึ้นอีกหลายเท่าตัวเลยทีเดียว ส่วนเนื้อปูนั้นถ้าซื้อแบบแช่เย็นมา แนะนำให้นำมานึ่งซ้ำอีกประมาณ 2-3 นาทีเพื่อให้เนื้อปูคลายตัวและมีความหอมสดใหม่เหมือนเพิ่งแกะออกมาจากตัวปูจริงๆ การเตรียมของให้พร้อมวางเรียงไว้ข้างเตาจะช่วยให้เราไม่ต้องลนลานตอนที่ไฟกำลังแรง เพราะข้าวผัดเป็นเมนูที่ต้องใช้ความรวดเร็วในการปรุง
เทคนิคการเลือกข้าวให้ร่วนสวยไม่แฉะ
ปัญหาโลกแตกของคนทำข้าวผัดคือทำออกมาแล้วข้าวแฉะติดกันเป็นก้อน วิธีแก้ที่ง่ายที่สุดคือการใช้ ข้าวเสาไห้ หรือข้าวหอมมะลิเก่า เพราะยางข้าวจะน้อยกว่าข้าวใหม่ ทำให้เวลาผัดเม็ดข้าวจะแยกตัวออกจากกันได้ง่าย ถ้าเราใช้ข้าวที่เพิ่งหุงเสร็จใหม่ๆ ที่ยังมีความชื้นสูงอยู่ พอโดนน้ำมันและเครื่องปรุง ข้าวจะดูดซับของเหลวเข้าไปจนกลายเป็นข้าวต้มผัดไปเสียก่อน ดังนั้นถ้ามีเวลา แนะนำให้หุงข้าวทิ้งไว้ล่วงหน้าแล้วแช่ตู้เย็นทิ้งไว้หนึ่งคืน ข้าวจะเซตตัวแข็งกำลังดีเหมาะกับการทำข้าวผัดที่สุด
แต่ถ้าใครอยากกินเดี๋ยวนี้เลยแต่มีแค่ข้าวหุงใหม่ มีเคล็ดลับคือให้ตักข้าวออกมาแผ่ใส่ถาดกว้างๆ แล้วเอาพัดลมเป่าให้ความชื้นระเหยออกไปให้มากที่สุด หรือจะเอาเข้าช่องฟรีซสัก 15-20 นาทีก็ได้เหมือนกันครับ เมื่อข้าวเย็นและแห้งลงแล้ว เวลาเราเอาไปผัดในกระทะร้อนๆ เม็ดข้าวจะดีดตัวและเคลือบด้วยน้ำมันอย่างสวยงาม ไม่จับตัวเป็นก้อนให้กวนใจเวลาเคี้ยว และที่สำคัญคือต้องพยายามบี้เม็ดข้าวที่ติดกันให้แตกออกจากกันก่อนจะลงกระทะด้วยนะ
ขั้นตอนการผัดให้หอมกลิ่นกระทะ
- ตั้งกระทะให้ร้อนจัดจนมีควันขึ้นเล็กน้อย จากนั้นเทน้ำมันพืชลงไปกลิ้งให้ทั่วกระทะ แล้วใส่กระเทียมสับลงไปเจียวจนเริ่มมีสีเหลืองทองและส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้าน
- ตอกไข่ไก่ใส่ลงไปในกระทะ แล้วใช้ตะหลิวขยี้ไข่ให้แตกพอประมาณ ไม่ต้องให้ละเอียดมาก รอจนไข่เริ่มเซตตัวเกือบสุกแต่ยังมีส่วนที่เป็นน้ำอยู่นิดหน่อย
- ใส่ข้าวสวยที่เตรียมไว้ลงไปทันที ขั้นตอนนี้สำคัญมากให้ใช้ไฟแรงที่สุด แล้วรีบผัดคลุกเคล้าให้ไข่เข้าไปเคลือบเม็ดข้าวทุกเม็ดจนกลายเป็นสีเหลืองทองนวลสวย
- ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย และพริกไทยป่นตามชอบ พยายามกระจายเครื่องปรุงให้ทั่วกระทะ อย่าเทลงไปจุดเดียวเพื่อให้รสชาติกระจายตัวได้สม่ำเสมอ
- เมื่อข้าวเริ่มแห้งและมีเสียงเปรี๊ยะๆ ในกระทะ ให้ใส่เนื้อปูลงไป ขั้นตอนนี้ต้องเบามือนิดหน่อยเพื่อไม่ให้เนื้อปูแตกละเอียดจนเสียทรง
- ใส่ต้นหอมซอยลงไปปิดท้าย แล้วเร่งไฟแรงสุดอีกครั้ง สะบัดกระทะเร็วๆ 3-4 ครั้งเพื่อให้กลิ่นกระทะซึมเข้าไปในเนื้อข้าวและเนื้อปู จากนั้นปิดไฟตักใส่จานได้เลย
เคล็ดลับลับเฉพาะที่เชฟไม่เคยบอก
ความลับของการทำข้าวผัดปูให้อร่อยเหมือนร้านดังคือการ คั่วข้าว ครับ หลังจากที่เราปรุงรสเสร็จแล้ว อย่าเพิ่งรีบตักขึ้น ให้เราเกลี่ยข้าวให้แผ่ทั่วกระทะแล้วปล่อยทิ้งไว้สัก 10-15 วินาทีโดยไม่ต้องคน เพื่อให้ความร้อนจากกระทะทำให้ผิวของเม็ดข้าวมีความกรอบและหอมไหม้นิดๆ จากนั้นค่อยกลับด้านแล้วทำซ้ำอีกครั้ง วิธีนี้จะทำให้ข้าวผัดของเรามีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ที่เรียกว่า กลิ่นกระทะ หรือ Wok Hei ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่หาไม่ได้จากการผัดแบบธรรมดา
อีกอย่างหนึ่งคือเรื่องของเนื้อปู เราไม่ควรใส่เนื้อปูลงไปผัดตั้งแต่ตอนแรกพร้อมกับไข่ เพราะเนื้อปูมีความบอบบางมาก ถ้าโดนตะหลิวขยี้บ่อยๆ เนื้อจะเละและกลายเป็นเศษเล็กๆ ทำให้เสียอรรถรสในการกิน การใส่เนื้อปูในช่วงสุดท้ายแค่พอให้โดนความร้อนและคลุกเคล้ากับเครื่องปรุงจะช่วยรักษาความหวานและความเป็นก้อนของเนื้อปูไว้ได้ดีที่สุด และถ้าใครชอบความหอมมันเป็นพิเศษ ลองใส่น้ำมันหมูเจียวใหม่ๆ แทนน้ำมันพืชดูครับ รับรองว่ารสชาติจะยกระดับขึ้นไปอีกขั้นจนหยุดกินไม่ได้เลย
การจัดจานให้น่ารับประทานระดับพรีเมียม
อาหารที่อร่อยต้องมาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่น่ากินด้วยครับ การจัดจานข้าวผัดปูให้ดูแพงทำได้ง่ายๆ โดยการหาถ้วยทรงกลมขนาดพอเหมาะ ตักข้าวผัดใส่ลงไปให้เต็มแล้วกดเบาๆ ให้แน่น จากนั้นคว่ำถ้วยลงบนจานใบใหญ่ที่เตรียมไว้ เราจะได้ข้าวผัดทรงโดมที่สวยงามอยู่กลางจาน จากนั้นก็นำเนื้อปูส่วนที่เหลือมาวางท็อปไว้ด้านบนสุดเพื่อให้เห็นชัดๆ ว่าเราใส่ปูมาแบบเน้นๆ จริงๆ ไม่ได้โม้
เครื่องเคียงก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรมีแตงกวาสไลด์แช่เย็นวางเรียงไว้ข้างจาน ต้นหอมสัก 2-3 ต้น และที่ขาดไม่ได้เลยคือ พริกน้ำปลา สูตรเด็ดที่ทำจากน้ำปลามะนาว พริกขี้หนูสวนซอย และกระเทียมฝานบางๆ รสชาติเปรี้ยวเค็มเผ็ดจะช่วยตัดเลี่ยนของข้าวผัดได้เป็นอย่างดี อย่าลืมหั่นมะนาวซีกวางไว้ข้างๆ ด้วย เผื่อใครชอบความเปรี้ยวสดชื่นก็บีบลงไปบนข้าวผัดได้เลย เพียงเท่านี้ข้าวผัดปูฝีมือเราก็พร้อมเสิร์ฟให้คนในครอบครัวได้ลิ้มลองความอร่อยกันแล้ว
การทำอาหารกินเองที่บ้านไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่ไหมครับ แค่เราใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อย เลือกของดีๆ มาใช้ และมีความสุขไปกับการทำ รสชาติที่ออกมาก็จะดีตามไปด้วย ข้าวผัดปูจานนี้อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณหลงรักการเข้าครัวมากขึ้นก็ได้ ลองเอาสูตรและเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้กันดูนะครับ แล้วคุณจะพบว่าการได้กินของอร่อยที่ทำด้วยมือตัวเองมันมีความสุขขนาดไหน
แล้วสำหรับคุณล่ะครับ เวลาทานข้าวผัดปูชอบบีบมะนาวลงไปก่อนเพื่อความสดชื่น หรือชอบทานรสชาติดั้งเดิมแบบไม่ต้องปรุงเพิ่มมากกว่ากัน?