หลายคนพอพูดถึงการทำขนมหวานมักจะนึกถึงความยุ่งยาก การเตรียมแป้ง การตีไข่ หรือการรอคอยเวลาอบที่ยาวนาน แต่สำหรับพานาคอตต้าหรือขนมพุดดิ้งนมสไตล์อิตาลีตัวนี้ เราแทบไม่ต้องใช้ทักษะอะไรเลยนอกจากใจที่อยากกิน เพราะมันคือการนำส่วนผสมไม่กี่อย่างมาต้มรวมกันแล้วแช่เย็นทิ้งไว้ให้เซตตัวเป็นก้อนดึ๋งๆ เหมือนเยลลี่นมที่นุ่มละลายในปาก
ถ้าคุณกำลังมองหาเมนูแก้ขัดเวลาอยากกินของหวานตอนดึก หรืออยากทำของว่างต้อนรับแขกที่ดูหรูหราเหมือนสั่งมาจากคาเฟ่ดัง เมนูนี้ตอบโจทย์ที่สุดครับ เพราะนอกจากวัตถุดิบจะหาได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปแล้ว ยังใช้เวลาเตรียมไม่เกินสิบห้านาที ส่วนที่เหลือก็แค่รอเวลาให้ตู้เย็นทำหน้าที่ของมันไปเท่านั้นเอง
เตรียมของให้พร้อมก่อนเริ่ม
วัตถุดิบที่เราต้องใช้มีไม่กี่อย่างครับ อย่างแรกคือวิปปิ้งครีมแบบจืด 250 มิลลิลิตร นมสดรสจืด 150 มิลลิลิตร น้ำตาลทรายขาว 50 กรัม ผงเจลาติน 1 ช้อนชา และกลิ่นวานิลลาอีกสักครึ่งช้อนชา ส่วนซอสเบอร์รี่ราดหน้า เราสามารถใช้เบอร์รี่แช่แข็งหรือผลไม้สดตามชอบมาเคี่ยวกับน้ำตาลทรายและน้ำเลมอนเล็กน้อยเพื่อให้ได้รสเปรี้ยวอมหวานตัดกับความมันของนม
ขั้นตอนการทำเริ่มต้นจากการนำผงเจลาตินไปละลายกับน้ำเย็นเล็กน้อยทิ้งไว้สักพักให้พองตัว จากนั้นนำวิปปิ้งครีม นมสด และน้ำตาลทรายใส่หม้อตั้งไฟอ่อน คนไปเรื่อยๆ จนน้ำตาลละลายหมดและเริ่มมีควันขึ้นเบาๆ ห้ามให้เดือดพล่านเด็ดขาดนะครับ เพราะถ้าครีมเดือดจัดจะทำให้เนื้อสัมผัสขนมไม่เนียนสวยและอาจมีกลิ่นหืนของนม
เคล็ดลับความเนียนกริบ
เมื่อส่วนผสมร้อนได้ที่แล้ว ให้ใส่เจลาตินที่พองตัวแล้วลงไปคนให้ละลายจนหมด จากนั้นปิดไฟแล้วค่อยใส่กลิ่นวานิลลาลงไป ขั้นตอนนี้สำคัญมากคือการกรองผ่านกระชอนตาถี่หนึ่งรอบ เพื่อกำจัดฟองอากาศหรือก้อนเจลาตินที่ยังละลายไม่หมดออกไป วิธีนี้จะช่วยให้พานาคอตต้าของเราเนื้อเนียนกริบเหมือนที่เขาขายในโรงแรมห้าดาวเลยครับ
หลังจากกรองเสร็จแล้ว ให้เทใส่แก้วหรือถ้วยขนาดเล็กที่เตรียมไว้ พักให้คลายร้อนสักครู่ก่อนนำเข้าตู้เย็น แนะนำว่าควรแช่อย่างน้อย 4 ถึง 6 ชั่วโมงเพื่อให้เจลาตินเซตตัวได้ดีที่สุด ยิ่งแช่นานเนื้อขนมจะยิ่งแน่นและเด้งดึ๋งกำลังดี อย่าใจร้อนรีบเอาออกมาทานก่อนเวลาไม่งั้นจะได้กินพุดดิ้งเหลวๆ แทนนะครับ
ระหว่างที่รอขนมเซตตัว เรามาทำซอสเบอร์รี่กันครับ นำผลไม้ที่เตรียมไว้ใส่หม้อใบเล็ก เติมน้ำตาลทรายและน้ำเลมอนลงไป เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนผลไม้เริ่มนิ่มและคายน้ำออกมาจนกลายเป็นซอสข้นเหนียว เมื่อได้ที่แล้วให้ยกลงพักไว้จนเย็นสนิท พอถึงเวลาเสิร์ฟก็นำซอสมาหยอดหน้าพานาคอตต้าที่เซตตัวแล้ว บอกเลยว่าความเปรี้ยวหวานของซอสจะช่วยตัดเลี่ยนได้ดีมาก
การทำขนมด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่หลายคนกังวลครับ หัวใจสำคัญคือการใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และความสนุกระหว่างที่ได้เห็นขนมค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาในตู้เย็น แล้ววันนี้คุณลองจินตนาการดูหรือยังว่าถ้าได้ลองทำพานาคอตต้าถ้วยนี้กินเองที่บ้าน คุณจะเลือกท็อปปิ้งด้วยผลไม้อะไรเป็นอย่างแรกดีครับ