ลองนึกภาพตามนะว่าวันหยุดสบายๆ บ่ายแก่ๆ แดดรำไร อยากจะหาอะไรหวานๆ เย็นๆ มาดับกระหายคลายร้อน หรือจะเอาไว้กินปิดท้ายมื้ออร่อยๆ ในวันพิเศษ แต่พอคิดถึงการต้องเปิดเตาอบ วุ่นวายกับหลายขั้นตอน ก็เลยพับเก็บความตั้งใจไปซะอย่างนั้น วันนี้เรามีทางออกให้แล้วกับเมนู 'ช็อกโกแลตมูส' ที่รับรองว่าทำง่าย ไม่ต้องง้อเตาอบ แถมเนื้อสัมผัสก็นุ่มละมุนลิ้น ช็อกโกแลตเข้มข้น หวานกำลังดี เหมือนเชฟมาทำให้กินถึงบ้านเลยล่ะ
ช็อกโกแลตมูสเนี่ย จริงๆ แล้วเป็นขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศส ที่คำว่า 'มูส' (Mousse) แปลว่า 'โฟม' หรือ 'ฟอง' นั่นแหละค่ะ ซึ่งก็บ่งบอกถึงเนื้อสัมผัสของขนมได้เป็นอย่างดีเลยว่ามันจะต้องเบา นุ่ม ฟู ละลายในปาก ไม่ได้แน่นปึ้กเหมือนเค้กหรือพุดดิ้งทั่วไป การทำมูสให้อร่อยหัวใจสำคัญอยู่ที่การตีส่วนผสมให้ขึ้นฟู และการผสมส่วนผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันอย่างเบามือ เพื่อรักษามวลอากาศที่ตีเข้าไปให้คงอยู่มากที่สุดค่ะ ไม่ต้องห่วงนะ มือใหม่ก็ทำได้แน่นอน เราจะพาไปดูทีละขั้นตอนเลย
เตรียมตัวให้พร้อม! วัตถุดิบไม่เยอะอย่างที่คิด
ก่อนอื่นเลย เรามาเตรียมวัตถุดิบกันก่อนค่ะ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณภาพของช็อกโกแลตนะ เพราะมันคือพระเอกของงานนี้เลย ยิ่งช็อกโกแลตดี รสชาติก็จะยิ่งเข้มข้น กลมกล่อม ไม่ต้องใช้อะไรซับซ้อนเลยจริงๆ ลองไปเดินซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน แล้วเลือกซื้อของตามลิสต์นี้ได้เลย
- **ดาร์กช็อกโกแลตคุณภาพดี** 150 กรัม (เลือกแบบที่มีโกโก้ตั้งแต่ 60-70% ขึ้นไป จะให้รสชาติที่เข้มข้นกำลังดี ไม่ขมจนเกินไปค่ะ)
- **วิปปิ้งครีมชนิด Dairy (ไขมันไม่ต่ำกว่า 35%)** 300 มิลลิลิตร (ต้องเป็นแบบ Dairy นะคะ จะให้รสชาติที่หอมมันกว่าแบบ Non-Dairy เยอะเลย)
- **น้ำตาลไอซิ่ง** 30-50 กรัม (ปรับลดเพิ่มได้ตามความชอบเลยค่ะ ถ้าชอบหวานน้อยก็ใส่น้อยหน่อย หรือถ้าช็อกโกแลตที่เราใช้ขมมาก ก็เพิ่มได้อีกนิดหน่อย)
- **ผงโกโก้** สำหรับโรยหน้าเล็กน้อย (หรือไม่โรยก็ได้ ถ้าไม่ชอบ)
- **ผลไม้สด** เช่น ราสเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ หรือบลูเบอร์รี่ สำหรับตกแต่ง (อันนี้แล้วแต่ชอบเลยค่ะ มีก็จะดูสวยงามน่ากินขึ้นไปอีก)
ลงมือทำกันเลย! ทีละสเต็ปง่ายๆ
เอาล่ะ เมื่อเตรียมวัตถุดิบครบแล้ว ก็ถึงเวลาลงมือทำกันแล้วค่ะ บอกเลยว่าขั้นตอนไม่ได้ยากอย่างที่คิด แค่ต้องใจเย็นๆ และทำตามทีละสเต็ปนะ
- **ละลายดาร์กช็อกโกแลต**: หั่นดาร์กช็อกโกแลตเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงในชามทนความร้อน จากนั้นนำไปละลายแบบ Double Boiler (การตุ๋นบนไอน้ำร้อน) คือเอาชามช็อกโกแลตไปวางบนหม้อที่มีน้ำร้อนเดือดปุดๆ อยู่ข้างล่าง แต่อย่าให้น้ำในหม้อโดนก้นชามนะ หรือจะใช้ไมโครเวฟก็ได้ค่ะ แต่ต้องระวังเป็นพิเศษนะ ให้ใช้ไฟกลางค่อนข้างต่ำ (ประมาณ 50-60%) แล้วเอาเข้าทีละ 30 วินาที พักคน แล้วเอาเข้าใหม่ ทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนช็อกโกแลตละลายเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน อย่าให้ช็อกโกแลตไหม้ หรือจับตัวเป็นก้อนแข็งเชียวล่ะ พอละลายแล้วก็พักให้เย็นลงเล็กน้อย แต่อย่าให้เย็นจนแข็งตัวนะ แค่อุ่นๆ ก็พอ
- **ตีวิปปิ้งครีม**: นำวิปปิ้งครีมแช่เย็นจัดๆ ใส่ลงในชามผสมที่เย็นจัดเช่นกัน (ถ้าเอาชามและหัวตีไปแช่ช่องฟรีซสัก 10-15 นาที จะช่วยให้วิปปิ้งครีมขึ้นฟูได้ดีขึ้นค่ะ) จากนั้นใส่น้ำตาลไอซิ่งลงไป เริ่มตีด้วยความเร็วต่ำก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ตีไปเรื่อยๆ จนวิปปิ้งครีมตั้งยอดอ่อนๆ ถึงยอดกลางๆ คือเวลาเรายกหัวตีขึ้นมาแล้ววิปปิ้งครีมจะโค้งงอเล็กน้อย ไม่แข็งทื่อเป็นยอดแหลมเปี๊ยะ อันนี้สำคัญมากเลยนะ เพราะถ้าตีนานเกินไป ครีมจะแยกชั้นกลายเป็นเนยได้เลยค่ะ แล้วมูสของเราก็จะเนื้อไม่เนียนนุ่ม
- **ผสมช็อกโกแลตกับวิปปิ้งครีม**: ขั้นตอนนี้แหละที่ต้องใช้ความเบามือและใจเย็นเป็นพิเศษเลยนะ ตักวิปปิ้งครีมที่ตีไว้ประมาณ 1 ใน 3 ส่วน ใส่ลงไปในชามช็อกโกแลตที่ละลายแล้ว ใช้ไม้พายยางคนเบาๆ ให้เข้ากัน การทำแบบนี้จะช่วยปรับอุณหภูมิและความหนืดของช็อกโกแลตให้ใกล้เคียงกับวิปปิ้งครีม ทำให้ตอนผสมเข้าด้วยกันทั้งหมดง่ายขึ้นและเนื้อเนียนขึ้นค่ะ พอเข้ากันดีแล้ว ก็ค่อยๆ ตักวิปปิ้งครีมที่เหลือใส่ลงไปทีละน้อย แล้วใช้ไม้พายยาง 'ตะล่อม' หรือ 'พับ' ส่วนผสมเข้าหากันอย่างเบามือที่สุดนะ พยายามคนให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้ฟองอากาศที่เราตีเข้าไปในวิปปิ้งครีมยุบตัวลงไปหมด ไม่อย่างนั้นมูสของเราจะเนื้อแน่น ไม่เบาฟูตามที่ต้องการค่ะ คนแค่พอเข้ากันก็พอ ไม่ต้องคนจนเนียนเป๊ะ
- **พักให้เซ็ตตัว**: ตักช็อกโกแลตมูสที่ผสมเสร็จแล้ว ใส่ลงในแก้วสวยๆ ถ้วยเล็กๆ หรือภาชนะที่เราเตรียมไว้ (จะใส่ถุงบีบแล้วบีบลงไปก็ได้นะ จะได้หน้าตาสวยงาม) จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นอย่างน้อย 2-4 ชั่วโมง หรือแช่ข้ามคืนไปเลยยิ่งดี เพื่อให้มูสเซ็ตตัวและมีเนื้อสัมผัสที่แน่นขึ้น แต่ยังคงความนุ่มละมุนอยู่ค่ะ ยิ่งแช่นานเท่าไหร่ก็จะยิ่งอร่อยมากขึ้นเท่านั้นนะ
- **ตกแต่งและเสิร์ฟ**: เมื่อมูสเซ็ตตัวดีแล้ว ก่อนเสิร์ฟก็โรยผงโกโก้บางๆ ด้านบนเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหอมและสวยงาม หรือจะวางผลไม้สดอย่างราสเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ หรือบลูเบอร์รี่ลงไปก็ได้ค่ะ สีสันตัดกับช็อกโกแลตเข้มๆ จะดูน่ากินมากๆ เลย เท่านี้ก็ได้ช็อกโกแลตมูสแสนอร่อยระดับคาเฟ่มาไว้กินที่บ้านแล้วค่ะ ง่ายใช่ไหมล่ะ
เคล็ดลับเพิ่มความฟิน
- **เลือกช็อกโกแลตให้ถูกใจ**: ถ้าคุณเป็นสายดาร์กช็อกโกแลตตัวจริง อาจจะลองใช้ช็อกโกแลตที่มีเปอร์เซ็นต์โกโก้สูงขึ้น เช่น 75-80% ก็ได้นะ รสชาติจะเข้มข้นและขมขึ้นอีกนิด แต่ถ้าชอบแบบหวานน้อยๆ กลมกล่อม ไม่ขมจัด ก็ใช้ประมาณ 60-70% กำลังดีเลยค่ะ ส่วนใครที่ชอบช็อกโกแลตนม ก็สามารถใช้ช็อกโกแลตนมได้เช่นกัน แต่อาจจะต้องลดน้ำตาลไอซิ่งลงหน่อย เพราะช็อกโกแลตนมจะหวานกว่าอยู่แล้วนะ
- **อุณหภูมิสำคัญ**: ตอนละลายช็อกโกแลต ต้องแน่ใจว่ามันเย็นลงพอสมควรแล้วก่อนที่จะนำไปผสมกับวิปปิ้งครีม ถ้าช็อกโกแลตร้อนเกินไป จะทำให้วิปปิ้งครีมละลายและมูสของเราไม่ขึ้นฟูได้ค่ะ และวิปปิ้งครีมก็ต้องเย็นจัดๆ นะ ยิ่งเย็นเท่าไหร่ก็ยิ่งตีขึ้นง่ายและอยู่ตัวได้ดีเท่านั้น
- **อย่าตีวิปปิ้งครีมนานเกินไป**: นี่คือข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักจะเจอเลยค่ะ การตีวิปปิ้งครีมนานเกินไปจะทำให้ครีมจับตัวเป็นก้อนแข็งและแยกชั้นกลายเป็นเนยไปเลย ซึ่งไม่เหมาะกับการทำมูสที่ต้องการเนื้อสัมผัสเบาๆ ฟูๆ นะ ให้สังเกตดูว่าพอครีมเริ่มตั้งยอดอ่อนๆ หรือยอดกลางๆ ก็หยุดตีได้เลยค่ะ ยอมให้มันดูเหมือนยังไม่ค่อยแข็งเท่าไหร่ดีกว่าตีจนแข็งเกินไปแล้วแก้ไม่ได้นะ
- **การตะล่อมที่ถูกต้อง**: หัวใจสำคัญของการทำมูสคือการรักษาฟองอากาศไว้ให้ได้มากที่สุดตอนผสมส่วนผสมเข้าด้วยกัน ใช้ไม้พายยางค่อยๆ ตักส่วนผสมจากด้านล่างขึ้นมา แล้วพับทับลงไปด้านบน หมุนชามไปเรื่อยๆ ทำอย่างเบามือและรวดเร็ว ไม่ต้องคนแรงๆ หรือนานเกินไป แค่พอให้ส่วนผสมเข้ากันก็พอค่ะ ถ้าคนเยอะไป มูสจะยุบตัวและเนื้อแน่นปึ้กไม่เบาฟูนะ
- **การเก็บรักษา**: ช็อกโกแลตมูสสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้ประมาณ 2-3 วันในภาชนะที่มีฝาปิดสนิท แต่ยิ่งกินเร็วเท่าไหร่ก็จะยิ่งอร่อยสดใหม่เท่านั้นค่ะ ไม่แนะนำให้แช่ช่องฟรีซนะคะ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสเปลี่ยนไป ไม่นุ่มละมุนเหมือนเดิม
เห็นไหมคะว่าการทำช็อกโกแลตมูสเนื้อเนียนนุ่มละมุนลิ้น ไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย แค่มีวัตถุดิบดีๆ กับความใจเย็นนิดหน่อย ก็สามารถเนรมิตของหวานสุดพิเศษนี้ขึ้นมาได้ด้วยฝีมือตัวเองแล้วค่ะ ลองเอาไปทำตามกันดูนะ แล้วคุณล่ะ มีเคล็ดลับอะไรในการทำช็อกโกแลตมูสให้อร่อยถูกใจบ้าง มาแบ่งปันกันได้เลยนะ!