หลายคนอาจจะเคยกลัวการทำเค้กเพราะคิดว่าต้องมีอุปกรณ์เยอะหรือใช้ทักษะขั้นสูง แต่จริงๆ แล้วเค้กเนยอัลมอนด์เป็นเมนูที่เริ่มต้นได้ง่ายมาก แถมวัตถุดิบก็หาได้ไม่ยากตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป จุดเด่นของเมนูนี้คือความหอมของเนยแท้ที่ตัดกับความกรุบกรอบของอัลมอนด์สไลด์ด้านบน บอกเลยว่าแค่ได้กลิ่นตอนอบก็มีความสุขจนลืมเหนื่อยแล้ว

การเตรียมตัวให้พร้อมเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ เราต้องเริ่มจากการวอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียสทิ้งไว้ก่อน เพื่อให้ความร้อนกระจายทั่วถึงเวลาที่เราเอาเค้กเข้าอบ ส่วนผสมหลักที่ต้องใช้คือแป้งเค้ก 150 กรัม เนยสดชนิดจืด 150 กรัม น้ำตาลทราย 120 กรัม ไข่ไก่เบอร์สอง 3 ฟอง ผงฟู 1 ช้อนชา และอัลมอนด์สไลด์สำหรับโรยหน้าตามชอบ ถ้าใครชอบกลิ่นวนิลาจะเติมกลิ่นวนิลาลงไปสักหนึ่งช้อนชาก็จะช่วยให้หอมขึ้นไปอีกระดับ

เตรียมของให้พร้อมก่อนลงมือ

ขั้นตอนแรกให้เรานำเนยสดที่วางไว้นอกตู้เย็นจนนุ่มแล้วมาตีกับน้ำตาลทรายจนขึ้นฟูเป็นสีขาวนวล ขั้นตอนนี้สำคัญมากเพราะการตีเนยให้ฟูจะช่วยให้เค้กของเรามีเนื้อที่เบานุ่มไม่แน่นจนเกินไป จากนั้นค่อยๆ ใส่ไข่ไก่ลงไปทีละฟองแล้วตีให้เข้ากันจนเนียนเป็นเนื้อเดียว ถ้าใส่ไข่เร็วเกินไปส่วนผสมอาจจะแยกตัวจนทำให้เค้กเนื้อไม่สวยได้

เมื่อส่วนผสมเนยและไข่เข้ากันดีแล้ว ให้ร่อนแป้งเค้กที่ผสมกับผงฟูลงไป ใช้พายยางค่อยๆ ตะล่อมหรือคนเบาๆ ให้เข้ากันจนไม่เห็นเม็ดแป้ง อย่าใช้ความเร็วหรือคนแรงเกินไปเพราะจะทำให้เค้กเหนียวและไม่นุ่มฟูอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อได้เนื้อเค้กเนียนสวยแล้วให้เทใส่พิมพ์ที่ทาเนยและรองกระดาษไขเตรียมไว้ให้เรียบร้อย

อบอย่างไรให้เนื้อนุ่มน่ากิน

โรยหน้าด้วยอัลมอนด์สไลด์ให้ทั่วตามความชอบก่อนนำเข้าเตาอบ ใช้เวลาอบประมาณ 35 ถึง 40 นาที หรือจนกว่าหน้าเค้กจะเป็นสีเหลืองทองสวยงาม วิธีเช็คว่าเค้กสุกหรือยังให้ใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มลงไปตรงกลางเค้ก ถ้าดึงออกมาแล้วไม่มีเศษแป้งแฉะๆ ติดออกมาแสดงว่าเค้กของเราสุกได้ที่แล้ว

เคล็ดลับสำคัญคืออย่าเพิ่งรีบแกะออกจากพิมพ์ทันทีที่ออกจากเตา ให้วางพักไว้บนตะแกรงจนเค้กเริ่มเย็นลงก่อน เพราะถ้าแกะตอนร้อนเค้กอาจจะแตกหักหรือเสียทรงได้ การพักเค้กไว้จะช่วยให้โครงสร้างของเค้กเซตตัวและมีความฉ่ำของเนยที่ซึมเข้าไปในเนื้อเค้กมากขึ้น

ถ้าอยากให้เค้กอร่อยขึ้นไปอีกขั้น ลองหาชาร้อนหรือกาแฟดำสักแก้วมาทานคู่กัน จะช่วยตัดรสหวานของเค้กเนยได้ดีมาก หรือถ้าใครชอบความสดชื่นจะทานคู่กับผลไม้ตระกูลเบอร์รี่เปรี้ยวๆ ก็เข้ากันได้แบบลงตัวสุดๆ การทำเค้กเองที่บ้านนอกจากจะได้ความอร่อยแล้ว ยังได้ความภูมิใจที่ทำขนมด้วยมือตัวเองอีกด้วย

หลังจากลองทำตามสูตรนี้แล้ว เพื่อนๆ คิดว่าขั้นตอนไหนในตอนทำที่ท้าทายที่สุดสำหรับมือใหม่บ้าง ลองแชร์ประสบการณ์ความสำเร็จหรือความผิดพลาดตอนเข้าครัวให้เราฟังหน่อยนะ