เคยไหมครับที่อยู่ดีๆ ก็รู้สึกอยากกินอะไรหวานๆ เปรี้ยวๆ เย็นๆ ให้ชื่นใจ หรือบางทีก็อยากลองเข้าครัวอบขนมเองดูบ้าง แต่ก็กลัวว่ามันจะยาก วัตถุดิบเยอะแยะไปหมด แถมขั้นตอนก็ดูซับซ้อนจนท้อใจก่อนจะได้เริ่ม? ไม่ต้องห่วงเลยครับ เพราะวันนี้เรามีสูตรเด็ดที่รับรองว่ามือใหม่ก็ทำได้ง่ายๆ แถมรสชาติยังอร่อยลืมโลก นั่นก็คือ 'เค้กเลมอนโลฟ' นั่นเองครับ เค้กตัวนี้มีเสน่ห์ตรงที่เนื้อเค้กจะนุ่ม ชุ่มฉ่ำ หอมกลิ่นเลมอนสดชื่น แถมยังมีน้ำเลมอนเคลือบด้านบนเพิ่มความเปรี้ยวอมหวาน ยิ่งกินยิ่งฟิน จะกินคู่กับชา กาแฟ หรือแค่กินเปล่าๆ ก็อร่อยลงตัวสุดๆ ไปเลย

หลายคนอาจจะคิดว่าการทำเค้กเป็นเรื่องของเชฟมืออาชีพ หรือต้องมีอุปกรณ์เยอะแยะเต็มครัว แต่จริงๆ แล้ว เค้กเลมอนโลฟที่เราจะมาสอนวันนี้ ใช้วัตถุดิบไม่กี่อย่าง หาซื้อได้ง่ายๆ ตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป ส่วนขั้นตอนก็ไม่ซับซ้อนเลยครับ แค่ผสมๆ คนๆ แล้วเอาเข้าเตาอบ เท่านี้ก็ได้เค้กโฮมเมดแสนอร่อยมาไว้กินเองที่บ้านแล้ว ที่สำคัญคือมันเป็นเค้กที่อบแล้วไม่ค่อยพลาดง่ายๆ เหมาะกับมือใหม่ที่อยากลองทำขนมเป็นอย่างยิ่งครับ รับรองว่าทำตามแล้วได้กินเค้กเนื้อนุ่มๆ หอมๆ แน่นอน

วัตถุดิบไม่เยอะ ทำง่ายกว่าที่คิด

มาดูกันเลยครับว่าเราต้องเตรียมอะไรบ้าง สำหรับตัวเค้กเลมอนโลฟของเรา วัตถุดิบเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้เค้กออกมาอร่อยลงตัวนะครับ เตรียมตามนี้ได้เลย:

  • แป้งเค้ก 200 กรัม (หรือแป้งสาลีอเนกประสงค์ก็ได้ครับ ถ้าหาแป้งเค้กไม่ได้ แต่แป้งเค้กจะทำให้เนื้อเค้กนุ่มกว่า)
  • ผงฟู 1 ช้อนชา (ตัวช่วยให้เค้กฟูสวย ไม่แบน)
  • เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา (ช่วยให้เค้กขึ้นฟูและเนื้อนุ่มขึ้นอีก)
  • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา (ช่วยตัดรสและดึงความหอมหวานออกมา)
  • เนยจืดนิ่ม 113 กรัม (ประมาณ 1 ก้อนเล็กๆ ที่ขายทั่วไป)
  • น้ำตาลทราย 180 กรัม (ถ้าชอบหวานน้อยลงหน่อยก็ลดได้นิดหน่อยครับ)
  • ไข่ไก่เบอร์ 2 จำนวน 2 ฟอง (อุณหภูมิห้องจะผสมง่ายกว่า)
  • นมสด 60 มิลลิลิตร (นมจืดธรรมดานี่แหละครับ)
  • น้ำเลมอนคั้นสด 60 มิลลิลิตร (ต้องคั้นสดๆ นะครับ กลิ่นจะหอมกว่า)
  • ผิวเลมอนขูด 1 ช้อนโต๊ะ (อันนี้สำคัญมากครับ เป็นตัวชูโรงความหอมของเลมอนเลย)

เห็นไหมครับว่าวัตถุดิบไม่ได้เยอะเลย ส่วนใหญ่เป็นของที่เรามีติดบ้านกันอยู่แล้ว หรือหาซื้อได้ง่ายๆ ครับ ส่วนผสมสำหรับทำน้ำเลมอนเคลือบ หรือที่เรียกว่า Lemon Glaze ก็มีแค่ไม่กี่อย่างเองครับ:

  • น้ำตาลไอซิ่ง 100 กรัม (น้ำตาลป่นละเอียด)
  • น้ำเลมอนคั้นสด 2-3 ช้อนโต๊ะ (ค่อยๆ ใส่ทีละน้อยนะครับ จะได้ไม่เหลวเกินไป)

ง่ายๆ แค่นี้เองครับ พอเตรียมวัตถุดิบครบแล้ว เราก็มาเตรียมตัวลงมือทำกันเลยดีกว่า!

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนลงมือทำ

ก่อนที่เราจะเริ่มผสมส่วนผสมต่างๆ สิ่งสำคัญคือการเตรียมตัวให้พร้อมครับ เหมือนกับการจะออกรบก็ต้องเตรียมเสบียงให้ครบถ้วนยังไงยังงั้นแหละครับ

  • **วอร์มเตาอบ:** เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส (หรือ 350 องศาฟาเรนไฮต์) รอไว้เลยครับ การวอร์มเตาให้ได้อุณหภูมิที่เหมาะสมก่อนเอาเค้กเข้าอบ จะช่วยให้เค้กขึ้นฟูได้ดีและสุกทั่วถึงครับ
  • **เตรียมพิมพ์:** เตรียมพิมพ์โลฟขนาดประมาณ 9x5 นิ้ว (หรือขนาดใกล้เคียง) ทาเนยให้ทั่วพิมพ์ แล้วโรยแป้งบางๆ ให้ทั่วอีกที หรือจะใช้กระดาษไขรองอบก็ได้ครับ วิธีนี้จะช่วยให้เค้กไม่ติดพิมพ์ เวลาแกะออกมาจะได้สวยๆ ไม่ขาดรุ่งริ่งครับ ถ้าไม่มีพิมพ์โลฟ จะใช้พิมพ์เค้กกลมขนาดเล็กก็ได้นะครับ ปรับเวลาอบนิดหน่อย
  • **ร่อนของแห้ง:** ร่อนแป้งเค้ก ผงฟู เบกกิ้งโซดา และเกลือป่นรวมกันในชามพักไว้ การร่อนจะช่วยให้แป้งไม่จับตัวเป็นก้อน และช่วยให้อากาศแทรกเข้าไปในแป้ง ทำให้เค้กฟูเบาขึ้นครับ
  • **เตรียมวัตถุดิบอื่นๆ:** ตวงนมสดและน้ำเลมอนเตรียมไว้ ตอกไข่ใส่ถ้วยพักไว้ และขูดผิวเลมอนเตรียมไว้ให้พร้อมครับ การเตรียมวัตถุดิบแบบนี้เรียกว่า 'มิสซองพลาส' (mise en place) เป็นเคล็ดลับของเชฟมืออาชีพที่ช่วยให้การทำขนมเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ต้องวิ่งหานั่นหานี่ตอนกำลังผสมอยู่ครับ

สเต็ปบายสเต็ป: อบเค้กเลมอนโลฟแสนอร่อย

เอาล่ะครับ เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็ถึงเวลาลงมือผสมกันเลย!

  • **ตีเนยกับน้ำตาล:** ในชามผสมขนาดใหญ่ ใส่เนยจืดนิ่มและน้ำตาลทรายลงไป ใช้เครื่องตีไฟฟ้า (หรือตะกร้อมือก็ได้ครับ แต่จะเมื่อยหน่อย) ตีด้วยความเร็วปานกลางจนเนยกับน้ำตาลเข้ากันดี เนื้อเนยจะฟูขึ้น สีอ่อนลง และมีลักษณะเป็นครีม (Creaming method) ขั้นตอนนี้สำคัญนะครับ เพราะเป็นการใส่อากาศเข้าไปในเนย ทำให้เค้กของเราฟูเบา
  • **ใส่ไข่:** ใส่ไข่ไก่ลงไปทีละฟอง ตีให้เข้ากันดีก่อนจะใส่ฟองถัดไปนะครับ ถ้าใส่พร้อมกันหมด อาจจะตีไม่เข้ากันดี และเนื้อเค้กอาจจะออกมาไม่เนียนได้ครับ ตีจนส่วนผสมเนียนเข้ากันดี
  • **ใส่ผิวเลมอน:** ใส่ผิวเลมอนขูดลงไป คนให้เข้ากัน ขั้นตอนนี้จะช่วยดึงกลิ่นหอมของเลมอนออกมาให้เต็มที่เลยครับ หอมฟุ้งตั้งแต่ตอนนี้เลย
  • **ผสมของแห้งสลับของเหลว:** แบ่งส่วนผสมแป้งที่ร่อนไว้เป็น 3 ส่วน และส่วนผสมนมสดกับน้ำเลมอนรวมกันเป็น 2 ส่วน เริ่มต้นด้วยการใส่แป้งส่วนแรกลงไปในส่วนผสมเนยไข่ คนเบาๆ พอเข้ากัน อย่าคนนานเกินไปนะครับ เดี๋ยวเค้กจะเหนียว จากนั้นใส่นมสดกับน้ำเลมอนส่วนแรกลงไป คนพอเข้ากัน ทำสลับกันไปเรื่อยๆ โดยเริ่มด้วยแป้งและจบด้วยแป้ง (แป้ง 1 -> นม/เลมอน 1 -> แป้ง 2 -> นม/เลมอน 2 -> แป้ง 3) การทำแบบนี้จะช่วยให้ส่วนผสมเข้ากันได้ดีและไม่แยกตัวครับ
  • **คนเบาๆ:** เมื่อใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงไปแล้ว ให้คนเบาๆ แค่พอเข้ากัน อย่าคนนานเกินไปนะครับ เพราะจะทำให้เกิดกลูเตนในแป้งมากเกินไป ส่งผลให้เค้กเนื้อแน่นและเหนียวได้ครับ แค่พอไม่มีเม็ดแป้งเหลืออยู่ก็พอแล้ว

เคล็ดลับให้เค้กฉ่ำ ไม่แห้งแข็ง

  • **เทใส่พิมพ์:** เทส่วนผสมเค้กลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้ เกลี่ยหน้าให้เรียบเสมอกัน อาจจะเคาะพิมพ์เบาๆ สักสองสามทีกับพื้นโต๊ะ เพื่อไล่ฟองอากาศออกครับ
  • **นำเข้าอบ:** นำพิมพ์เค้กเข้าอบในเตาอบที่วอร์มไว้แล้ว ประมาณ 45-55 นาที หรือจนกว่าเค้กจะสุก เวลาอบอาจจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเตาอบของแต่ละบ้านนะครับ
  • **เช็คความสุก:** วิธีเช็คว่าเค้กสุกหรือยัง ให้ใช้ไม้จิ้มฟันหรือไม้เสียบลูกชิ้นจิ้มลงไปตรงกลางเค้ก ถ้าดึงออกมาแล้วไม่มีเนื้อเค้กเหลวๆ ติดออกมา แสดงว่าเค้กสุกแล้วครับ ถ้ายังมีเนื้อเหลวๆ ติดมา ก็อบต่ออีกหน่อยนะครับ
  • **พักเค้ก:** เมื่อเค้กสุกแล้ว ให้นำออกจากเตาอบ วางพักไว้ในพิมพ์ประมาณ 10-15 นาที ก่อนจะคว่ำเค้กออกจากพิมพ์ แล้ววางพักบนตะแกรงให้เย็นสนิท การพักเค้กในพิมพ์ก่อนจะช่วยให้เค้กเซ็ตตัว ไม่ยุบง่ายครับ และการพักบนตะแกรงจะช่วยให้อากาศถ่ายเทรอบด้าน เค้กจะเย็นเร็วขึ้นและไม่แฉะ
  • **ทำน้ำเลมอนเคลือบ:** ระหว่างรอเค้กเย็น เราก็มาทำน้ำเลมอนเคลือบกันครับ ผสมน้ำตาลไอซิ่งกับน้ำเลมอนคั้นสดในชามเล็กๆ คนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียวกัน ถ้าข้นไปก็เติมน้ำเลมอนเพิ่มได้ทีละนิด ถ้าเหลวไปก็เติมไอซิ่งเพิ่มได้ครับ ความข้นที่พอดีคือจะเคลือบช้อนได้บางๆ ครับ
  • **เคลือบเค้ก:** เมื่อเค้กเย็นสนิทแล้ว ให้ราดน้ำเลมอนเคลือบลงบนหน้าเค้กให้ทั่วๆ บางคนอาจจะชอบให้ซึมลงไปในเนื้อเค้กหน่อยๆ ก็ราดตอนเค้กยังอุ่นๆ ได้ครับ แต่ถ้าอยากให้เคลือบเป็นชั้นสวยๆ แนะนำให้รอเค้กเย็นสนิทก่อนครับ แล้วจะหั่นเสิร์ฟ หรือจะโรยผิวเลมอนขูดเพิ่มความหอมและความสวยงามก็ได้ครับ

เก็บยังไงให้อร่อยนาน

เค้กเลมอนโลฟที่อบเสร็จใหม่ๆ นี่แหละครับคือที่สุดของความอร่อย แต่ถ้ากินไม่หมดในวันเดียว ก็มีวิธีเก็บรักษาให้ยังคงความอร่อยได้นานขึ้นครับ

  • **อุณหภูมิห้อง:** เก็บในภาชนะที่มีฝาปิดสนิท วางไว้อุณหภูมิห้องได้ประมาณ 2-3 วันครับ การเก็บในภาชนะปิดจะช่วยไม่ให้เค้กแห้ง
  • **ในตู้เย็น:** ถ้าอยากเก็บนานกว่านั้น แนะนำให้ห่อด้วยพลาสติกแรปหลายๆ ชั้น แล้วใส่ในภาชนะที่มีฝาปิดสนิทอีกที แช่ในตู้เย็นได้ประมาณ 1 สัปดาห์ครับ ก่อนกินก็นำออกมาวางพักที่อุณหภูมิห้องสักครู่ หรือจะอุ่นในไมโครเวฟสัก 10-15 วินาที ก็จะกลับมานุ่มเหมือนเดิมครับ
  • **แช่แข็ง:** ถ้าทำเยอะจริงๆ หรืออยากเก็บไว้กินนานๆ ก็สามารถแช่แข็งได้ครับ ห่อเค้กด้วยพลาสติกแรปให้แน่นหนาหลายชั้น แล้วห่อทับด้วยฟอยล์อีกที ใส่ถุงซิปล็อก แช่แข็งได้นานถึง 2-3 เดือนเลยครับ เวลาจะกินก็ย้ายลงมาแช่ช่องธรรมดาให้ละลาย แล้วนำออกมาวางพักที่อุณหภูมิห้องก่อนเสิร์ฟครับ

เห็นไหมครับว่าการทำเค้กเลมอนโลฟไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย แค่มีใจรักในการทำขนม มีวัตถุดิบที่พร้อม และทำตามขั้นตอนที่เราแนะนำไป รับรองว่าคุณก็จะได้เค้กโฮมเมดเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ หอมกลิ่นเลมอนสดชื่น มาไว้กินเองที่บ้าน หรือจะเอาไปเป็นของฝากก็ยังได้เลยครับ ความสุขเล็กๆ ในการได้ลงมือทำอะไรด้วยตัวเองนี่แหละครับที่ทำให้เราภูมิใจ และการได้เห็นคนที่เรารักมีความสุขกับสิ่งที่เราทำ มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ เลยนะครับ ลองทำดูแล้วเป็นยังไงบ้าง มาเล่าให้ฟังกันหน่อยนะครับว่าเค้กเลมอนโลฟของคุณหอมชื่นใจขนาดไหน