เคยไหมครับ เวลาที่ร่างกายมันเรียกร้องหาของหวานหลังกินข้าวเย็น หรืออยากหาอะไรนุ่มๆ หวานซ่อนเปรี้ยวมากินคู่กับกาแฟสักแก้ว แต่พอเปิดแอปพลิเคชันสั่งอาหารดูก็พบว่าเค้กชิ้นละเป็นร้อยแถมยังต้องจ่ายค่าส่ง วันนี้เราเลยอยากชวนทุกคนมาสวมหมวกเชฟหน้าใหม่ แล้วลุกขึ้นมาเข้าครัวทำ บลูเบอร์รี่ชีสพาย ขนมหวานยอดฮิตตลอดกาลที่ทำง่ายสุดๆ ไม่ต้องมีเตาอบ ไม่ต้องมีเครื่องตีราคาแพง มีแค่ตู้เย็นกับใจที่อยากกินของอร่อยก็พอแล้ว

เสน่ห์ของบลูเบอร์รี่ชีสพายจานนี้อยู่ที่ความเข้ากันอย่างลงตัวของสามชั้นความอร่อย ชั้นแรกคือฐานพายกรอบๆ หอมเนยเตะจมูก ชั้นที่สองคือครีมชีสเนื้อนวลเนียน รสชาตินัวหอมนุ่มกลมกล่อม มีความเปรี้ยวตัดหวานกำลังดี และชั้นบนสุดคือซอสบลูเบอร์รี่ชุ่มฉ่ำรสเปรี้ยวอมหวานที่ช่วยให้กินได้เรื่อยๆ แบบไม่มีเลี่ยน มือใหม่หลายคนชอบกังวลว่าทำชีสพายแล้วเนื้อครีมจะเหลวไป หรือฐานพายจะแตกกระจุย แต่เชื่อเราเถอะว่าถ้าทำตามสูตรนี้ รับรองว่าออกมาสวยงามและอร่อยเหมือนซื้อจากคาเฟ่แถวบ้านแน่นอน

เตรียมวัตถุดิบให้พร้อมก่อนเริ่มความอร่อย

ก่อนอื่นเรามาเตรียมของกันก่อน วัตถุดิบหาซื้อง่ายตามซูเปอร์มาร์เก็ตแถวบ้านเลย โดยเราจะแบ่งของออกเป็นสามส่วนหลัก เพื่อให้ไม่งงเวลาลงมือทำ สำหรับส่วนแรกคือฐานพาย ใช้แครกเกอร์รสมะพร้าวหรือขนมปังกรอบรสเค็ม 200 กรัม กับเนยสดเค็มละลาย 100 กรัม ส่วนที่สองคือเนื้อครีมชีส ใช้ครีมชีส 250 กรัม นมข้นหวาน 5-6 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาวคั้นสด 1-2 ช้อนชา และวิปปิ้งครีม 100 กรัม สุดท้ายคือส่วนท็อปปิ้ง ใช้บลูเบอร์รี่กวนกึ่งสำเร็จรูป 1 กระป๋อง หรือถ้าใครชอบความสดชื่นจะหาบลูเบอร์รี่สดมาแต่งหน้าเพิ่มด้วยก็ได้

เรื่องของวัตถุดิบมีเคล็ดลับเล็กๆ ที่อยากเล่าให้ฟัง ครีมชีสควรเอาออกมาวางไว้ข้างนอกตู้เย็นที่อุณหภูมิห้องสักครึ่งชั่วโมงก่อนทำ เพื่อให้เนื้อเขานิ่มลง นวดง่าย ไม่เป็นก้อนไต ส่วนมะนาวให้ใช้น้ำมะนาวสดแท้ๆ เพราะความเปรี้ยวตามธรรมชาติจะช่วยชูรสครีมชีสให้หอมสดชื่น ต่างจากน้ำมะนาวขวดที่จะมีกลิ่นสังเคราะห์ ส่วนเนยสดก็เลือกเนยเค็มแท้เพื่อเค็มปลายลิ้นมาตัดกับความหวานของครีมชีส

ลงมือทำฐานพายให้อร่อยกรอบฟิน

ขั้นตอนแรกเรามาทำฐานพายกันก่อน นำแครกเกอร์ใส่ถุงซิปล็อกแล้วใช้ไม้นวดแป้งหรือขวดแก้วบดให้ละเอียด แต่ไม่ต้องถึงกับเป็นผงแป้งนะ เอาพอมีชิ้นเล็กชิ้นน้อยให้ได้เคี้ยวกรุบกรอบ จากนั้นเทแครกเกอร์ใส่ชามผสม เทเนยสดเค็มที่ละลายแล้วลงไป ใช้พายยางหรือช้อนคนให้เข้ากันจนแครกเกอร์ชุ่มเนยทั่วถึง มีลักษณะเหมือนทรายเปียกน้ำ

จากนั้นเอาแครกเกอร์ที่ผสมเนยแล้วมาตักใส่พิมพ์ หรือถ้วยพลาสติกใสที่เราเตรียมไว้ ใช้หลังช้อนหรือแก้วก้นเรียบ กดแครกเกอร์ลงไปให้แน่นหนาเรียบเนียน การกดเน้นตรงนี้สำคัญมากเพราะถ้ากดเบาไป เวลาตัดกินฐานพายจะหลุดร่อนกระจัดกระจาย แต่ถ้ากดแน่นดี พอเนยโดนความเย็นจะเซ็ตตัวเป็นก้อนแข็งแรง พอกดเสร็จแล้วก็นำถ้วยพายไปแช่ในช่องฟรีซสัก 20-30 นาที เพื่อให้เนยแข็งตัวจับแครกเกอร์ไว้แน่นๆ

ปั่นครีมชีสให้นวลเนียนละมุนลิ้น

ระหว่างรอฐานพายเซ็ตตัว เรามาทำส่วนเนื้อครีมชีสกัน นำครีมชีสที่นิ่มได้ที่แล้วใส่ชามผสม ใช้ตะกร้อมือหรือพายยางปาดและคนจนครีมชีสเนื้อเนียนไม่เหลือคราบก้อน จากนั้นใส่นมข้นหวานลงไป คนให้เข้ากันจนเนียนเป็นเนื้อเดียว ชิมรสดูตามชอบ ถ้าใครชอบหวานน้อยก็ลดนมข้นลงได้ แล้วค่อยๆ เติมน้ำมะนาวลงไปทีละนิด แล้วคนให้เข้ากัน น้ำมะนาวจะทำให้ครีมชีสตื่นตัว มีรสเปรี้ยวนัวๆ ละมุนลิ้น

จากนั้นใส่วิปปิ้งครีมลงไปผสมด้วย วิปปิ้งครีมจะช่วยให้เนื้อสัมผัสของครีมชีสมีความเบา ฟู และนุ่มละมุนลิ้นยิ่งขึ้น ค่อยๆ ใช้พายยางตะล่อมเบาๆ ให้เข้ากันจนได้เนื้อครีมชีสเนียนนุ่ม เปล่งประกายเงางาม เมื่อครีมชีสได้ที่แล้ว ก็นำฐานพายที่เราแช่เย็นไว้ออกมา ตักครีมชีสใส่ลงไปบนฐานพาย เกลี่ยหน้าให้เรียบสวยงามตามชอบ แล้วนำกลับไปแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง หรือแช่ข้ามคืนไว้เลยยิ่งดี เพื่อให้เนื้อครีมชีสเซ็ตตัวแน่นนุ่มลงตัว

ราดท็อปปิ้งพร้อมเสิร์ฟความฟิน

พอครีมชีสเซ็ตตัวดีแล้ว ก็ถึงเวลาไฮไลต์ที่ทุกคนรอคอย นั่นคือการตักซอสบลูเบอร์รี่กวนราดลงไปบนหน้าครีมชีส จะราดชุ่มๆ เต็มหน้า หรือตักไว้ตรงกลางให้ไหลเยิ้มๆ ก็น่ากินทั้งนั้น ถ้าอยากเพิ่มความสวยงามสไตล์คาเฟ่ ลองวางลูกบลูเบอร์รี่สดเพิ่มลงไปด้านบนสักสองสามลูก แล้วประดับด้วยใบสาระแหน่สีเขียวสดสักใบ รับรองว่าถ่ายรูปออกมาสวยหรู ดูแพง เหมือนซื้อมาจากร้านดังระดับพรีเมียมแน่นอน

เทคนิคความอร่อยและข้อควรระวัง

เทคนิคสำคัญที่จะทำให้บลูเบอร์รี่ชีสพายของคุณออกมาเพอร์เฟกต์มีอยู่ไม่กี่ข้อ

  • อย่ากั๊กเนย ละลายเนยให้พอดีกับปริมาณแครกเกอร์ เพราะเนยคือตัวประสานที่ทำให้ฐานพายไม่แตก
  • อุณหภูมิครีมชีสต้องได้ อย่าใช้ครีมชีสที่เพิ่งเอาออกจากช่องฟรีซหรือช่องเย็นจัดมาทำทันที เพราะจะตีให้เนียนยากมาก และกลายเป็นก้อนไตไม่น่ากิน
  • การพักแช่เย็นมีความสำคัญมาก ห้ามใจร้อนนำออกมาตัดกินก่อนที่ครีมชีสจะเซ็ตตัว เพราะไม่อย่างนั้นเวลาตักกิน ครีมชีสจะไหลเยิ้มไม่เป็นทรง
  • รสชาติของครีมชีสสามารถปรับได้ตามความชอบส่วนตัว หากชอบเปรี้ยวนำให้เพิ่มน้ำมะนาว หากชอบหวานนวลให้เพิ่มนมข้นหวานทีละนิด

เห็นไหมครับว่าการทำขนมหวานอร่อยๆ กินเองที่บ้านไม่ได้ยากอย่างที่คิด แถมยังได้สนุกกับการปรับรสชาติในแบบที่ตัวเองชอบ จะทำเก็บใส่กระปุกไว้กินเองชิลๆ ในวันหยุด หรือจะทำใส่ถ้วยน่ารักๆ แจกเพื่อนบ้านและคนที่รักก็สร้างความประทับใจได้สุดๆ แล้วเพื่อนๆ ล่ะ เวลาทำบลูเบอร์รี่ชีสพายกินเอง ชอบฐานพายแบบเค็มมันกรอบหนาๆ หรือชอบเน้นเนื้อครีมชีสแน่นๆ นัวๆ มากกว่ากันครับ