เคยมั้ยเวลาเดินผ่านเคาน์เตอร์ขนมหวานในห้างแล้วเห็นชูครีมลูกกลมๆ ผิวกรอบนิดๆ โรยไอซิ่งบางๆ แถมมีไส้ครีมวนิลาทะลักออกมาเยิ้มๆ จนต้องยอมเสียเงินซื้อกินทุกที หลายคนคิดว่าขนมหน้าตาดูดีแบบนี้ต้องทำยากและต้องใช้กำลังวิเศษของเชฟเบเกอรี่แน่ๆ แต่ความจริงแล้วถ้าเรารู้ทริคเล็กๆ น้อยๆ การทำชูครีมกินเองที่บ้านนั้นง่ายกว่าที่คิดเยอะมาก แถมทำทีได้เต็มถาด กัดไปตรงไหนก็เจอไส้ฉ่ำสะใจ

หัวใจของชูครีมที่อร่อยบาดใจจะประกอบด้วยสองส่วนหลักๆ นั่นคือตัวแป้งที่ต้องพองตัวเป็นโพรงกลวงข้างใน ผิวข้างนอกกรอบหอมเนย แต่ข้างในนุ่ม ไม่กระด้าง และส่วนที่สองคือไส้ครีมวนิลา หรือที่เรียกว่าดิโพลแมตครีม ซึ่งเป็นการผสมระหว่างคัสตาร์ดต้มสุกกับวิปปิ้งครีมสด ทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม เบาลิ้น ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป กัดแล้วฟินไปถึงหัวใจแน่นอน

เตรียมของให้พร้อมก่อนลงมือทำ

ก่อนจะเปิดเตาอบ เรามาเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมกันก่อนดีกว่า ของที่ใช้หาซื้อง่ายตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปเลย ไม่ต้องไปตามหาวัตถุดิบแปลกๆ ให้เหนื่อยใจ สูตรนี้เราแบ่งออกเป็นส่วนแป้งและส่วนไส้ครีมเพื่อความเข้าใจง่าย

วัตถุดิบสำหรับทำตัวแป้งชู

  • แป้งสาลีเอนกประสงค์ 100 กรัม
  • เนยสดรสจืด 80 กรัม
  • น้ำเปล่า 100 มิลลิลิตร
  • นมสดรสจืด 100 มิลลิลิตร
  • ไข่ไก่ขนาดกลาง 3 ถึง 4 ฟอง โดยวางไว้ที่อุณหภูมิห้อง
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา และเกลือป่นครึ่งช้อนชา

วัตถุดิบสำหรับทำไส้ครีมวนิลา

  • ไข่แดง 4 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 80 กรัม
  • แป้งข้าวโพด 30 กรัม
  • นมสดรสจืด 400 มิลลิลิตร
  • เนยสดรสจืด 20 กรัม
  • กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา
  • วิปปิ้งครีม 150 มิลลิลิตร

ขั้นตอนทำไส้ครีมวนิลาหอมละมุน

เริ่มแรกเรามาทำตัวไส้คัสตาร์ดพักไว้ให้เย็นก่อน เพราะไส้ต้องเย็นสนิทถึงจะนำไปผสมกับวิปครีมได้ เริ่มจากเอาไข่แดงกับน้ำตาลทรายมาตีรวมกันในชามผสมจนสีเริ่มอ่อนลง จากนั้นร่อนแป้งข้าวโพดลงไป คนให้เข้ากันจนเนียนไม่มีก้อนแป้งเหลืออยู่ นำนมสดไปต้มในหม้อด้วยไฟอ่อนพอให้ร้อนจัด แต่ไม่ต้องถึงกับเดือดปุดๆ

พอนมร้อนได้ที่ ให้ค่อยๆ เทนมสดลงในชามไข่แดงทีละนิด พร้อมกับใช้ตะกร้อมือคนตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ไข่สุกเป็นลิ่ม พอมิกซ์เข้ากันดีแล้วก็เททั้งหมดกลับลงหม้อ นำไปตั้งไฟอ่อนแล้วกวนไปเรื่อยๆ ห้ามหยุดมือเด็ดขาด พอเนื้อเริ่มงวดและข้นเหนียวจนเห็นรอยตะกร้อ ให้ปิดไฟ ใส่เนยสดและกลิ่นวนิลาลงไป คนให้เนยละลายเนียนเป็นเนื้อเดียว เทใส่ชาม พักไว้โดยเอาพลาสติกถนอมอาหารแปะแนบชิดผิวหน้าคัสตาร์ดเพื่อไม่ให้หน้าขนมแห้งแข็ง แล้วนำเข้าตู้เย็นพักไว้

วิธีเนรมิตแป้งชูให้พองสวยกรอบนอกนุ่มใน

มาต่อกันที่การทำตัวแป้งชูซึ่งเป็นขั้นตอนที่สนุกที่สุด นำหม้อมาใส่น้ำเปล่า นมสด เนยสด น้ำตาลทราย และเกลือ ตั้งไฟกลางจนเนยละลายและน้ำเริ่มเดือดปุดๆ ให้ปิดไฟทันที แล้วเทแป้งสาลีเอนกประสงค์ลงไปทั้งหมดในรวดเดียว จากนั้นใช้พายไม้หรือพายยางคนอย่างเร็วให้แป้งดูดซึมของเหลวเข้าด้วยกันจนก้อนแป้งร่อนไม่ติดขอบหม้อ

พอก้อนแป้งเข้ากันดี ให้เปิดไฟอ่อนอีกครั้ง แล้วกวนแป้งต่อในหม้อประมาณ 1 ถึง 2 นาที ขั้นตอนนี้เราเรียกว่าการไล่ความชื้นออกจากแป้ง สังเกตง่ายๆ คือจะมีฟิล์มบางๆ ติดอยู่ที่ตูดหม้อ ถือว่าใช้ได้ ให้ยกหม้อลงแล้วตักแป้งใส่ชามพักไว้ให้คลายความร้อนลงสักครู่ พอแป้งอุ่นๆ ไม่ร้อนจัด ให้ค่อยๆ ใส่ไข่ไก่ที่ตีพอแตกทีละน้อย คนให้เข้ากันแล้วค่อยใส่ไข่เพิ่ม คอยเช็กความข้นด้วยการยกพายขึ้นมา ถ้าแป้งไหลหยดลงมาเป็นรูปตัววี ทิ้งปลายไว้สวยงาม แสดงว่าแป้งได้ที่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใส่ไข่จนหมดฟองถ้านิ่มพอแล้ว

อบอย่างไรให้แป้งพองโตไม่ยุบตัว

เตรียมถาดอบโดยทาเนยบางๆ หรือรองด้วยกระดาษไข ตักแป้งใส่ถุงบีบ หัวบีบวงกลมหรือหัวบีบจีบตามชอบ บีบแป้งลงบนถาดให้เป็นก้อนกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5 นิ้ว เว้นระยะห่างกันพอสมควรเพราะแป้งจะพองโตขึ้นอีกเท่าตัว เอานิ้วจุ่มน้ำแตะยอดแป้งที่แหลมขึ้นมาให้เรียบลง เพื่อเวลาอบเสร็จทรงจะได้กลมสวย

เคล็ดลับสำคัญที่สุดในการอบชูครีมคือเรื่องอุณหภูมิ วอร์มเตาอบไว้ที่ 200 องศาเซลเซียส นำแป้งเข้าอบช่วงแรกประมาณ 15 นาทีด้วยไฟสูง เพื่อให้ไอน้ำดันแป้งให้พองโตเป็นโพรงใหญ่ จากนั้นลดอุณหภูมิลงเหลือ 180 องศาเซลเซียส อบต่ออีก 15 ถึง 20 นาทีจนสีเหลืองทองสวย ข้อห้ามเด็ดขาดคือห้ามเปิดประตูเตาอบในระหว่างที่อบอยู่ เพราะอากาศเย็นจากข้างนอกจะเข้าไปทำให้แป้งชูยุบตัวลงทันทีและแก้ไม่ได้เลย

เคล็ดลับอัดไส้แน่นทะลักและเก็บรักษา

เมื่ออบแป้งสุกได้ที่แล้ว ให้เอาออกจากเตาอบแล้วใช้ไม้จิ้มฟันสะกิดก้นขนมเบาๆ หนึ่งรูเพื่อระบายไอน้ำข้างในออก พักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท ระหว่างนี้มาทำไส้ต่อ นำวิปปิ้งครีมมาตีจนตั้งยอดแข็ง นำคัสตาร์ดวนิลาที่แช่เย็นไว้ออกมาคนให้เนื้อคืนความเนียน แล้วค่อยๆ นำวิปครีมมาตะล่อมผสมเข้าด้วยกันจนเนียนนุ่มเบาฟู นำไส้ใส่ถุงบีบเตรียมไว้

เวลาจะกิน ค่อยใช้หัวบีบเสียบเข้าไปทางรูใต้ก้นขนมแล้วบีบไส้ครีมเข้าไปเต็มๆ จนรู้สึกว่าลูกชูครีมหนักมือและเต่งตึง โรยน้ำตาลไอซิ่งบนหน้าขนมเล็กน้อยเพิ่มความสวยงาม พอกัดเข้าไปคำแรก เนื้อแป้งด้านนอกจะมีความกรอบนิดๆ ตัดกับครีมวนิลาเย็นฉ่ำที่หอมนุ่มละมุนละไม ละลายในปากชนิดที่ว่ากินลูกเดียวไม่เคยพอแน่นอน

ถ้าทำเยอะแล้วกินไม่หมด สามารถเก็บตัวแป้งที่ยังไม่ได้ฉีดไส้ใส่กล่องปิดฝาไว้ในอุณหภูมิห้องได้ประมาณ 2 ถึง 3 วัน หรือถ้าฉีดไส้แล้วให้แช่ตู้เย็นอยู่ได้ประมาณ 2 วัน แต่แนะนำว่าฉีดไส้แล้วกินสดๆ หรือแช่เย็นไว้สักครึ่งชั่วโมงก่อนกินจะฟินที่สุด แล้วเพื่อนๆ ล่ะ ชอบกินชูครีมไส้ครีมวนิลาแบบคลาสสิก หรือมีไอเดียไส้รสชาติไหนที่อยากลองทำกินเองที่บ้านกันบ้าง