เคยไหมเวลาเดินเข้าคาเฟ่แล้วเห็น Carrot Cake ชิ้นโตๆ วางอวดโฉมอยู่ในตู้กระจก ผิวนุ่มๆ สีน้ำตาลทอง มีครีมสีขาวเนียนปาดสลับชั้นอย่างสวยงาม พอได้ลองตักเข้าปากคำแรก กลิ่นหอมของ Cinnamon และความฉ่ำของเนื้อเค้กก็แผ่ซ่านไปทั่วปาก วันนี้เราจะพาเข้าครัวไปทำเมนูนี้กินเองที่บ้านกัน บอกเลยว่าเป็นเค้กที่ทำง่ายที่สุดในโลกเมนูหนึ่ง เพราะไม่ต้องคอยระวังเรื่องเค้กยุบตัวเหมือนเค้กชนิดอื่นเลย

ความพิเศษของ Carrot Cake สูตรนี้คือไม่ต้องใช้เครื่องผสมอาหารหรือเครื่องตีไข่ไฟฟ้าให้ยุ่งยาก เพียงแค่มีตะกร้อมืออันเดียวกับชามผสมก็เอาอยู่แล้ว แถมวัตถุดิบก็หาได้ง่ายตามซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน การทำเค้กตัวนี้เน้นการผสมวัตถุดิบเปียกและวัตถุดิบแห้งเข้าด้วยกันเบาๆ ทำให้เนื้อสัมผัสออกมาแน่นนุ่ม ชุ่มฉ่ำกำลังดี ไม่แห้งร่วนจนเกินไป

เตรียมวัตถุดิบให้พร้อมก่อนลงมือ

ก่อนจะเปิดเตาอบ เรามาเตรียมของให้พร้อมกันก่อน โดยแบ่งเป็นส่วนของเนื้อเค้กและส่วนของ Cream Cheese Frosting สำหรับส่วนผสมของเนื้อเค้กมีดังนี้

  • แป้งเค้ก 200 กรัม
  • เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
  • ผงฟู 1 ช้อนชา
  • ผง Cinnamon 1 ช้อนชา และผง Nutmeg 1/4 ช้อนชา
  • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  • น้ำตาลทรายแดง 150 กรัม และน้ำตาลทรายขาว 50 กรัม
  • น้ำมันพืช เช่น น้ำมันคาโนลา หรือน้ำมันรำข้าว 180 มิลลิลิตร
  • ไข่ไก่เบอร์ 2 จำนวน 3 ฟอง
  • แครอทขูดเส้นละเอียด 250 กรัม
  • วอลนัทหรือพีแคนสับหยาบ 80 กรัม

ส่วนผสมสำหรับ Cream Cheese Frosting ที่จะนำมาทาหน้าเค้กให้หอมนัวลงตัว มีดังนี้

  • ครีมชีส พักให้นุ่มที่อุณหภูมิห้อง 200 กรัม
  • เนยสดจืด พักให้นุ่มที่อุณหภูมิห้อง 80 กรัม
  • น้ำตาลไอซิ่ง ร่อนเรียบร้อย 100 กรัม
  • กลิ่น Vanilla 1 ช้อนชา
  • น้ำเลมอนสด 1 ช้อนชา เพื่อตัดรสเลี่ยน

ขั้นตอนการทำเนื้อเค้กสุดฉ่ำ

เริ่มสเต็ปแรกด้วยการอุ่นเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส พร้อมทาเนยขาวหรือวางกระดาษไขรองในพิมพ์เค้กขนาด 2 ปอนด์เตรียมไว้ จากนั้นนำแป้งเค้ก เบกกิ้งโซดา ผงฟู ผง Cinnamon ผง Nutmeg และเกลือป่น มาร่อนรวมกันในชามผสมเพื่อความกระจายตัวที่ดีของส่วนผสมแห้ง แล้วพักไว้ก่อน

ถัดมาให้นำชามผสมอีกใบ เทน้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทรายขาว น้ำมันพืช และไข่ไก่ลงไป ใช้ตะกร้อมือคนให้ส่วนผสมเข้ากันดีจนน้ำตาลละลาย ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นค่อยๆ เทส่วนผสมแห้งที่ร่อนไว้ลงไป ใช้พายยางคนเบามือแค่พอเข้ากัน ห้ามคนนานเกินไปเพราะจะทำให้เนื้อเค้กเหนียวกระด้างได้

เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว ใส่แครอทขูดเส้นและวอลนัทสับหยาบลงไป ใช้พายยางตะล่อมส่วนผสมให้กระจายทั่วเนื้อเค้ก เทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ แล้วนำเข้าเตาอบนานประมาณ 35 ถึง 40 นาที หรือจนกว่าจะสุก ทดสอบโดยการใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มตรงกลางเค้ก หากไม่มีเศษเค้กเปียกติดออกมา แสดงว่าเค้กสุกดีแล้ว นำออกมาพักไว้บนตะแกรงให้เย็นสนิท

การทำครีมปาดหน้าและการแต่งหน้าเค้ก

ระหว่างรอเค้กเย็น เรามาทำ Cream Cheese Frosting สุดละมุนกันต่อ นำครีมชีสและเนยสดที่นุ่มกำลังดีใส่ลงในชามผสม ใช้ตะกร้อมือหรือตะกร้อไฟฟ้าตีด้วยความเร็วปานกลางจนเนื้อเนียนฟูเป็นสีขาว จากนั้นทยอยใส่น้ำตาลไอซิ่ง กลิ่น Vanilla และน้ำเลมอนลงไป ตีต่อให้เข้ากันจนได้เนื้อครีมปาดง่ายและเงางาม

เมื่อเค้กเย็นสนิทแล้วก็นำ Cream Cheese Frosting มาปาดบนหน้าเค้กให้หนาตามใจชอบ แล้วโรยหน้าด้วยวอลนัทสับหยาบเพิ่มเติมเพื่อความสวยงาม เคล็ดลับสำคัญของเมนูนี้คือ ต้องรอให้เนื้อเค้กเย็นสนิทจริงๆ ก่อนปาดครีม ไม่เช่นนั้นครีมชีสจะละลายกลายเป็นน้ำไหลเยิ้มหมด นอกจากนี้การใช้น้ำมันพืชแทนเนยสดในเนื้อเค้กจะช่วยให้เค้กฉ่ำนุ่มเก็บไว้ในตู้เย็นได้หลายวันโดยไม่แข็งตัว

เห็นไหมว่าการทำ Carrot Cake โฮมเมดไม่ได้ยากอย่างที่คิด แถมยังได้เค้กหอมกรุ่น รสชาติเปรี้ยวหวานกลมกล่อมไว้กินคู่กับกาแฟยามบ่ายแบบฟินๆ ได้ทุกวัน ลองลุกขึ้นมาเข้าครัวจัดเตรียมวัตถุดิบแล้วลงมือทำตามสูตรนี้กันได้เลย แล้วเพื่อนๆ ล่ะ ชอบใส่ถั่วชนิดไหนหรือชอบเพิ่มลูกเกดเข้าไปใน Carrot Cake ชิ้นโปรดของคุณกันบ้าง