หลายคนเวลาเดินผ่านร้านเบเกอรีแล้วเห็นแยมโรลเนื้อนุ่มฟูสีสันน่ากิน มักจะคิดว่าเป็นขนมปราบเซียนที่ทำยากและต้องใช้เทคนิคแพรรวพราวสารพัด แต่ความจริงแล้วขนมชนิดนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แค่รู้จังหวะและเคล็ดลับนิดหน่อยก็เสกความอร่อยออกมาได้ไม่แพ้ร้านดังเลยทีเดียว วันนี้เราเลยจะชวนทุกคนมาเข้าครัวลองทำแยมโรลสตรอว์เบอร์รีฉบับทำตามได้จริงแบบไม่มีกั๊ก เพื่อให้วันหยุดธรรมดาของคุณกลายเป็นวันพิเศษที่มีกลิ่นหอมฟุ้งอบอวลไปทั่วบ้าน เตรียมผ้ากันเปื้อนให้พร้อมแล้วไปลุยกันเลยดีกว่า

เตรียมของให้พร้อมก่อนเริ่มลงมือ

การทำเบเกอรีให้ราบรื่นหัวใจสำคัญอยู่ที่การเตรียมวัตถุดิบให้ครบถ้วนก่อนเริ่มทำ เพื่อจะได้ไม่ต้องวิ่งวุ่นหาของตอนที่แป้งกำลังตีอยู่ สำหรับสูตรแยมโรลสตรอว์เบอร์รีเนื้อนุ่มนี้ เราต้องแบ่งวัตถุดิบออกเป็นส่วนเนื้อเค้กและส่วนไส้แยม โดยในส่วนของเนื้อเค้กต้องเตรียมแป้งเค้ก 80 กรัม ผงฟูครึ่งช้อนชา เกลือป่นหยิบมือ ไข่ไก่เบอร์ 1 จำนวน 4 ฟอง น้ำตาลทราย 70 กรัม นมจืด 30 มิลลิลิตร น้ำมันพืช 30 มิลลิลิตร และกลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา ส่วนไส้ข้างในเราจะใช้แยมสตรอว์เบอร์รีเนื้อเนียนประมาณ 150 กรัม และสตรอว์เบอร์รีสดหั่นชิ้นเล็กไว้วางแทรกเพิ่มความกรุบกรอบอีกครึ่งถ้วย

ขั้นตอนการทำเนื้อเค้กโรลให้นุ่มฟู

เริ่มต้นความอร่อยด้วยการแยกไข่แดงและไข่ขาวออกจากกันอย่างระมัดระวัง อย่าให้ไข่แดงแตกปนลงไปในไข่ขาวเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเวลาตีไข่ขาวจะตั้งยอดได้ยาก นำไข่แดงมาผสมกับนมจืด น้ำมันพืช และกลิ่นวานิลลา คนให้เข้ากันแล้วร่อนแป้งเค้ก ผงฟู และเกลือลงไป ใช้ตะกร้อมือคนเบา ๆ จนส่วนผสมเนียนเป็นเนื้อเดียวกันไม่มีเม็ดแป้ง จากนั้นพักไว้แล้วหันมาจัดการกับไข่ขาว โดยทยอยใส่น้ำตาลทรายลงไปแบ่งเป็น 3 ครั้งขณะตีด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้า จนไข่ขาวตั้งยอดอ่อนถึงยอดกลางที่มีลักษณะโค้งงอบราวกับขอเกี่ยว ตักไข่ขาวส่วนหนึ่งมาตะล่อมรวมกับส่วนไข่แดงเบา ๆ เพื่อปรับเนื้อสัมผัสให้เข้ากัน แล้วค่อยเทส่วนผสมทั้งหมดกลับไปรวมกับไข่ขาวที่เหลือ ตะล่อมเบามือด้วยไม้พายจนเนียนเป็นเนื้อเดียวเพื่อรักษาฟองอากาศไว้

อบอย่างไรไม่ให้เค้กแตกตอนม้วน

เทคนิคสำคัญที่จะทำให้แยมโรลของเราม้วนสวยไม่แตกหักอยู่ที่การอบและการเตรียมถาดอบ รองกระดาษไขลงในถาดอบขนาดประมาณ 10 คูณ 10 นิ้ว ให้กระดาษสูงขึ้นมาจากขอบถาดเล็กน้อย เทส่วนผสมแป้งเค้กลงไป เกลี่ยหน้าให้เรียบเสมอกันแล้วเคาะถาดเบา ๆ 2 ถึง 3 ครั้ง เพื่อไล่อากาศฟองใหญ่ที่อาจทำให้เนื้อเค้กเป็นรูพรุน นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส ใช้เวลาอบประมาณ 15 ถึง 18 นาที สังเกตว่าผิวเค้กจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองสวยและเมื่อใช้นิ้วแตะเบา ๆ เนื้อเค้กจะเด้งกลับไม่บุ๋มลงไป เมื่อสุกแล้วรีบนำออกจากเตา ลอกกระดาษไขด้านข้างออกทันทีเพื่อระบายความร้อน และปิดทับด้วยกระดาษไขแผ่นใหม่เพื่อไม่ให้หน้าเค้กแห้ง

เทคนิคการม้วนแป้งให้สวยเป๊ะ

ขั้นตอนนี้นับเป็นหัวใจหลักของการทำแยมโรลที่หลายคนกังวลใจ ให้พลิกตัวเค้กกลับด้านลงบนกระดาษไขแผ่นใหม่ ลอกกระดาษไขแผ่นเก่าที่รองอบออกอย่างเบามือ จากนั้นใช้มีดตัดแต่งขอบเค้กทั้ง 4 ด้านให้เรียบร้อยเพื่อความสวยงาม ทาแยมสตรอว์เบอร์รีให้ทั่วผืนเค้กโดยเว้นขอบปลายด้านหนึ่งไว้เล็กน้อยเพื่อไม่ให้แยมทะลักออกมาเวลาเราม้วน พร้อมกับโรยเนื้อสตรอว์เบอร์รีสดที่หั่นไว้กระจายให้ทั่ว ใช้กระดาษไขช่วยประคองยกขอบเค้กด้านเริ่มต้นม้วนเข้าหาตัวแน่น ๆ แต่ระวังอย่าให้เนื้อเค้กแบน ม้วนเสร็จแล้วห่อกระดาษไขให้แน่นเหมือนลูกอม นำเข้าตู้เย็นพักไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อให้เค้กเซตตัวอยู่ทรงดี

เคล็ดลับเพิ่มความอร่อยระดับโปร

ถ้าอยากให้แยมโรลสตรอว์เบอร์รีชิ้นนี้ดูน่ากินและอร่อยคูณสอง ลองเปลี่ยนจากแยมสำเร็จรูปมาเคี่ยวสตรอว์เบอร์รีสดกับน้ำตาลทรายและน้ำเลมอนเล็กน้อยด้วยไฟอ่อนจนได้แยมโฮมเมดเนื้อเข้มข้นที่มีความหอมหวานธรรมชาติ จะช่วยชูรสชาติของขนมให้โดดเด่นขึ้นมาทันที นอกจากนี้ในขั้นตอนการตีไข่ขาว ควรใช้น้ำมะนาวหรือครีมออฟทาร์ทาร์หยดลงไปสักสองหยด จะช่วยให้โครงสร้างของไข่ขาวมีความแข็งแรงและตั้งยอดได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เวลาตัดเสิร์ฟให้ใช้มีดคม ๆ จุ่มน้ำอุ่นแล้วเช็ดให้แห้งก่อนตัด จะทำให้หน้าตัดของแยมโรลเรียบเนียนสวยงามน่ากินเหมือนซื้อมาจากเบเกอรีชื่อดัง

การเก็บรักษาและการเสิร์ฟ

แยมโรลสตรอว์เบอร์รีที่ทำเสร็จแล้วสามารถเก็บรักษาในตู้เย็นได้ประมาณ 3 ถึง 4 วัน โดยต้องใส่กล่องที่มีฝาปิดสนิทเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อเค้กแห้งกระด้างจากความเย็นของตู้เย็น เวลาจะกินให้นำออกมาวางไว้ที่อุณหภูมิห้องสักครู่เพื่อให้เนื้อเค้กนุ่มละมุนลิ้นเหมือนเพิ่งอบเสร็จใหม่ ๆ การได้จิบชาอุ่น ๆ คู่กับแยมโรลเนื้อนุ่มละมุนสอดไส้สตรอว์เบอร์รีฉ่ำ ๆ สักชิ้นในยามบ่าย เป็นความสุขง่าย ๆ ที่เราสร้างได้เองที่บ้านโดยไม่ต้องออกไปต่อคิวซื้อที่ไหนเลย

คุณผู้อ่านลองทำแยมโรลสูตรนี้กันดูแล้วหรือยัง ผลลัพธ์ออกมาเนื้อนุ่มฟูหรือมีเคล็ดลับอะไรมาแชร์กันบ้างไหม