ถ้าใครกำลังมองหาขนมที่ทำกินคู่กับกาแฟยามบ่ายแล้วรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในคาเฟ่ที่ปารีส บอกเลยว่า Madeleine หรือขนมไข่สไตล์ฝรั่งเศสคือคำตอบที่ใช่ที่สุดครับ หลายคนอาจจะคิดว่าทำขนมฝรั่งเศสต้องใช้สกิลระดับเชฟหรืออุปกรณ์ราคาแพง แต่จริงๆ แล้ว Madeleine ทำง่ายกว่าที่คิดมาก แถมยังใช้เวลาเตรียมไม่นานก็พร้อมเข้าเตาอบให้กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบ้านแล้วครับ
หัวใจสำคัญของ Madeleine คือความนุ่มฉ่ำของเนื้อเค้กและกลิ่นหอมของเนยละลายที่ถูกนำไปเคี่ยวจนเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ หรือที่ภาษาทำขนมเรียกว่า Beurre Noisette ครับ กลิ่นนี้แหละที่จะทำให้ขนมของเราพิเศษกว่าขนมไข่ทั่วไป และด้วยความที่น้องมีรูปร่างเป็นรูปหอยเชลล์น่ารัก ทำให้จัดจานถ่ายรูปสวยได้แบบไม่ต้องพยายามเลยครับ
เตรียมของให้พร้อมก่อนเริ่ม
ก่อนจะลงมือทำ เรามาเตรียมวัตถุดิบหลักๆ กันก่อนครับ วัตถุดิบมีไม่กี่อย่างและหาซื้อได้ง่ายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปครับ
- แป้งอเนกประสงค์ 100 กรัม
- ผงฟู 1/2 ช้อนชา
- ไข่ไก่เบอร์ 2 จำนวน 2 ฟอง
- น้ำตาลทราย 80 กรัม
- เนยจืด 100 กรัม
- กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
- ผิวเลมอนขูด 1 ช้อนโต๊ะ เพื่อเพิ่มความหอมสดชื่น
ขั้นตอนแรกคือการละลายเนยครับ ให้ตั้งหม้อใช้ไฟอ่อนจนเนยละลายและเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทองอ่อนๆ และมีกลิ่นหอมเหมือนถั่ว จากนั้นพักให้เย็นลงครับ ระหว่างนั้นให้ตีไข่กับน้ำตาลทรายในชามผสมจนเข้ากันดี ไม่ต้องตีให้ขึ้นฟูเหมือนทำเค้กนะครับ แค่คนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลายก็พอครับ
ผสมแป้งและพักแป้งคือหัวใจ
เมื่อได้ส่วนผสมไข่แล้ว ให้ร่อนแป้งอเนกประสงค์และผงฟูลงไปครับ ใช้ตะกร้อมือค่อยๆ คนเบาๆ ให้เข้ากันจนเนื้อเนียนไม่มีเม็ดแป้ง จากนั้นค่อยๆ เทเนยละลายที่เราพักไว้ลงไปผสมครับ อย่าลืมใส่กลิ่นวานิลลาและผิวเลมอนขูดลงไปด้วยเพื่อความหอมแบบพรีเมียมครับ
เคล็ดลับที่ห้ามพลาดเด็ดขาดคือการพักแป้งครับ หลังจากผสมเสร็จแล้ว ให้ใช้พลาสติกแรปปิดชามแล้วนำไปแช่ตู้เย็นอย่างน้อย 1 ชั่วโมงครับ การพักแป้งจะช่วยให้เนยเซ็ตตัวและทำให้เนื้อ Madeleine มีความนุ่มหนึบและขึ้นรูปสวยงามเวลาอบครับ ถ้าใจร้อนรีบเอาไปอบทันที ขนมจะไม่อร่อยเท่าที่ควรครับ
อบอย่างไรให้เป็นรูปหอยเชลล์สวย
เมื่อครบเวลาแล้ว ให้วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียสครับ เตรียมพิมพ์รูปหอยเชลล์โดยการทาเนยบางๆ และโรยแป้งเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ขนมติดพิมพ์ครับ จากนั้นตักส่วนผสมหยอดลงในพิมพ์ประมาณ 3/4 ของช่องครับ
นำเข้าเตาอบประมาณ 10 ถึง 12 นาที หรือจนกว่าขอบขนมจะเริ่มเป็นสีน้ำตาลทองและตรงกลางนูนขึ้นมาเป็นรูปทรงสวยงามครับ เมื่ออบเสร็จแล้วให้นำออกมาพักบนตะแกรงสักครู่ก่อนจะแกะออกจากพิมพ์ครับ จะได้ Madeleine ที่เนื้อนุ่ม หอมกลิ่นเนยและเลมอนแบบลงตัวที่สุดครับ ถ้าใครอยากให้ดูหรูขึ้นอีกนิด จะละลายช็อกโกแลตมาจุ่มปลายขนมก็อร่อยไปอีกแบบครับ แล้วคุณล่ะครับชอบทาน Madeleine คู่กับเครื่องดื่มอะไรมากที่สุดระหว่างชาร้อนหรือกาแฟเข้มๆ ครับ