เวลาที่เราเดินผ่านร้านเบเกอรี่แล้วเห็นทาร์ตสตรอว์เบอร์รีหน้าตาสวยงาม วางเรียงรายอยู่หลังตู้กระจกทีไร ใจมันต้องสั่นทุกที ด้วยความที่ตัวแป้งพายมีความหอมเนยกรุบกรอบ ตัดกับครีมคัสตาร์ดวานิลลารสชาติละมุนลิ้นแถมยังมีสตรอว์เบอร์รีรสเปรี้ยวอมหวานโปะอยู่ด้านบนแบบจุกๆ มันช่างเป็นคอมบิเนชันที่กินเท่าไหร่ก็ไม่มีเบื่อ แต่หลายคนอาจจะคิดว่าขนมหน้าตาดีแบบนี้ต้องใช้ฝีมือระดับเชฟใหญ่หรือมีอุปกรณ์ยุ่งยากแน่ๆ ขอบอกเลยว่าคิดผิดเพราะถ้าเราเข้าใจหลักการเบื้องต้นและการเตรียมวัตถุดิบที่ดีพอ ใครๆ ก็เสกขนมชิ้นหรูนี้ขึ้นมาบนโต๊ะอาหารที่บ้านได้แถมยังภาคภูมิใจกว่าการซื้อกินเองอีกหลายเท่าตัว
เตรียมของให้พร้อมก่อนเริ่มลงมือ
ก่อนจะเดินเข้าครัวเรามาเช็กลิสต์วัตถุดิบกันก่อนเพื่อให้การทำขนมราบรื่นไม่มีสะดุด ส่วนของตัวแป้งพายหรือที่เรียกกันว่า Tart Crust เราต้องเตรียมแป้งสาลีอเนกประสงค์ 200 กรัม เนยสดจืดเย็นจัดหั่นเต๋า 100 กรัม น้ำตาลไอซิ่ง 50 กรัม เกลือป่น 1 หยิบมือ และไข่แดง 1 ฟอง สำหรับในส่วนของไส้คัสตาร์ดเราจะใช้ นมสด 250 มิลลิลิตร ไข่ไก่ 2 ฟอง น้ำตาลทราย 60 กรัม แป้งข้าวโพด 20 กรัม กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา และเนยสดจืด 20 กรัม และพระเอกของเราขาดไม่ได้คือสตรอว์เบอร์รีสดลูกโตๆ ล้างสะอาดผ่าครึ่งประมาณ 15 ถึง 20 ลูก พร้อมกับแยมแอปริคอตหรือเจลลี่ใสเล็กน้อยไว้ทาเคลือบผิวให้เงางามน่ากิน
นวดแป้งพายให้อร่อยกรอบร่วน
เริ่มต้นกันที่การทำตัวฐานแป้งพายซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความอร่อย ให้เรานำแป้งสาลี น้ำตาลไอซิ่ง และเกลือผสมรวมกันในอ่างผสม จากนั้นใส่เนยสดเย็นจัดลงไป ใช้ปลายนิ้วหรือที่บดแป้งทำการสับเนยให้เข้ากับแป้งจนมีลักษณะเป็นเม็ดร่วนคล้ายทรายเปียก ห้ามใช้มือนวดนานเกินไปเพราะความร้อนจากฝ่ามือจะทำให้เนยละลายและแป้งจะเหนียวไม่กรอบร่วน เมื่อได้ที่แล้วให้ใส่ไข่แดงลงไปตะล่อมเบาๆ จนจับตัวเป็นก้อน นำแป้งที่ได้มาห่อด้วยพลาสติกแรปแล้วนำเข้าตู้เย็นพักไว้ประมาณ 30 ถึง 45 นาทีเพื่อให้แป้งเซ็ตตัวและรีดกรุลงพิมพ์ได้ง่ายขึ้น
กรุพิมพ์และอบแป้งให้หอมกรุ่น
หลังจากพักแป้งจนได้ที่แล้วให้นำออกมาคลึงบนแผ่นซิลิโคนที่มีการโรยแป้งนวลบางๆ ให้มีความหนาประมาณ 3 มิลลิเมตร จากนั้นยกแป้งไปกรุลงในพิมพ์ทาร์ตขนาดตามชอบ ใช้ส้อมจิ้มที่ก้นแป้งให้ทั่วเพื่อป้องกันไม่ให้แป้งพองตัวเวลาอบ นำเข้าอบในเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15 ถึง 20 นาที จนกระทั่งแป้งสุกเป็นสีเหลืองทองและมีกลิ่นเนยหอมฟุ้งกระจายทั่วบ้าน นำออกจากเตาแล้วพักไว้ให้เย็นสนิท
ทำครีมคัสตาร์ดวานิลลาเนื้อเนียน
ระหว่างรอแป้งพายเย็นเรามาทำไส้คัสตาร์ดกันต่อ เริ่มด้วยการนำนมสดไปตั้งไฟอ่อนจนเกือบเดือด ในระหว่างรอนั้นให้ตีไข่ไก่กับน้ำตาลทรายและแป้งข้าวโพดในชามผสมจนเข้ากันดีและเนียนเป็นเนื้อเดียวค่อยๆ เทนมสดอุ่นลงในส่วนผสมไข่ขณะที่มืออีกข้างก็คนตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ไข่สุกเป็นก้อน จากนั้นเทส่วนผสมทั้งหมดกลับใส่หม้อ ตั้งไฟอ่อนแล้วคนตลอดเวลาจนกว่าคัสตาร์ดจะมีความข้นหนืดเนียนสวย ยกลงจากเตาแล้วใส่กลิ่นวานิลลาและเนยสดลงไปคนให้ละลายเข้ากัน ปิดด้วยพลาสติกแรปให้แนบสนิทกับผิวหน้าครีมแล้วพักไว้ให้เย็น
ประกอบร่างและเคล็ดลับความอร่อย
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วก็ถึงเวลาสนุกที่สุดคือการประกอบร่าง เริ่มจากการตักครีมคัสตาร์ดที่เย็นแล้วใส่ลงไปในฐานแป้งพายที่อบไว้ ปาดหน้าให้เรียบเนียนเสมอกัน จากนั้นนำสตรอว์เบอร์รีสดที่ผ่าครึ่งแล้วมาเรียงรายรอบตัวทาร์ตให้สวยงามตามจินตนาการ ขั้นตอนสุดท้ายเพื่อให้ผลไม้ดูเงางามน่ากินเหมือนหลุดมาจากร้านเบเกอรี่ชื่อดัง ให้เรานำแยมแอปริคอตไปอุ่นให้ละลายเล็กน้อยแล้วใช้แปรงจุ่มทาบางๆ บนผิวสตรอว์เบอร์รี ขนมทาร์ตหน้าตาสุดหรูชิ้นนี้ก็พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้ทุกคนในครอบครัวได้ชิมฝีมือคุณแล้ว
เคล็ดลับเพิ่มความสำเร็จให้เป๊ะปัง
การทำทาร์ตให้ออกมาสมบูรณ์แบบนั้นเคล็ดลับสำคัญอยู่ที่อุณหภูมิของเนยในการทำแป้งพาย เนยต้องเย็นจัดเสมอเพื่อเวลาอบแล้วชั้นไขมันจะละลายกลายเป็นโพรงอากาศทำให้แป้งกรอบร่วนละลายในปาก และในส่วนของการทำคัสตาร์ดต้องใช้ไฟอ่อนและหมั่นคนตลอดเวลาเพื่อไม่ให้แป้งข้าวโพดนอนก้นจนไหม้เกรียม ถ้าหากใครไม่มีพิมพ์ทาร์ตแบบถอดก้นได้ สามารถใช้ถาดอบขนาดเล็กหรือพิมพ์ฟอยล์แทนได้เช่นกัน รับรองว่าทำตามนี้แล้วผลลัพธ์ที่ได้จะอร่อยฟินจนคนรอบข้างต้องขอเบิ้ลชิ้นที่สองอย่างแน่นอน คุณผู้อ่านมีเคล็ดลับส่วนตัวอะไรบ้างไหมเวลาที่ทำขนมเบเกอรี่แล้วอยากให้หน้าตาออกมาดูดีเหมือนเชฟมืออาชีพ