เวลาที่เราเดินผ่านร้านเบเกอรีแล้วได้กลิ่นเนยกับแป้งอบใหม่ ๆ มันอดใจไม่ไหวทุกที แต่ถ้าอยากกินแบบจุใจแถมอุ่น ๆ จากเตา การลุกขึ้นมาทำเองคือคำตอบที่ดีที่สุด วันนี้เราเลยจะชวนมาทำ Blueberry Muffin ขนมอบชิ้นโตที่ทำง่ายสุด ๆ มือใหม่พึ่งหัดเข้าครัวก็ทำตามได้สบาย แค่มีอุปกรณ์พื้นฐานกับใจที่พร้อมเลอะแป้งนิดหน่อย บ้านของเราก็หอมฟุ้งเหมือนยกคาเฟ่มาไว้ในห้องครัวแล้วละ

วัตถุดิบและอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมให้พร้อม

ก่อนจะเริ่มลงมือเราต้องมาเช็คของในตู้เย็นกันก่อนว่ามีครบไหม วัตถุดิบหลักหาซื้อง่ายตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป เริ่มจากแป้งสาลีอเนกประสงค์ 250 กรัม ผงฟู 2 ช้อนชา เกลือป่นปลายช้อนชา น้ำตาลทราย 150 กรัม ไข่ไก่เบอร์ 2 จำนวน 2 ฟอง นมสดจืด 120 มิลลิลิตร เนยสดจืดละลาย 100 กรัม กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา และพระเอกของเราคือบลูเบอร์รี่สด 1 ถ้วยตวง ใครจะใช้บลูเบอร์รี่แช่แข็งก็ได้แต่ต้องละลายน้ำและซับให้แห้งก่อนนะเพื่อไม่ให้แป้งแฉะเกินไป

ขั้นตอนการผสมแป้งแบบไม่ให้เหนียว

เคล็ดลับความอร่อยของมัฟฟินอยู่ที่การผสมแป้งแบบมือเบา ห้ามคนนานเด็ดขาดไม่งั้นเนื้อขนมจะเหนียวเหมือนขนมปัง เริ่มจากชามผสมใบแรกให้ร่อนแป้ง ผงฟู และเกลือเข้าด้วยกันแล้วพักไว้ ชามที่สองให้ตีไข่ไก่กับน้ำตาลทรายและกลิ่นวานิลลาพอเข้ากัน จากนั้นเทนมสดและเนยละลายลงไปคนให้เข้ากันอีกรอบ เทส่วนผสมของเหลวลงในชามแป้ง ใช้ไม้พายตะล่อมเบา ๆ แค่พอให้แป้งเข้ากันจนไม่เห็นผงแป้งขาว ๆ แม้จะมีก้อนขรุขระอยู่บ้างก็ปล่อยไว้เลยไม่ต้องตกใจ

ใส่บลูเบอร์รี่และตักเข้าเตาอบ

ขั้นตอนสุดท้ายก่อนอบให้แบ่งบลูเบอร์รี่เก็บไว้แต่งหน้าสักนิดหน่อย ส่วนที่เหลือเทใส่ลงในชามแป้งแล้วใช้ไม้พายตะล่อมเบา ๆ อีก 2 ถึง 3 ครั้งให้ผลไม้กระจายตัวทั่วกัน ตักส่วนผสมใส่พิมพ์มัฟฟินที่รองด้วยกระดาษฟอยล์หรือถ้วยกระดาษจนเกือบเต็มพิมพ์ โรยบลูเบอร์รี่ที่เหลือไว้ด้านบนให้สวยงาม นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ใช้เวลาอบประมาณ 20 ถึง 25 นาที จนหน้าขนมเป็นสีเหลืองทองสวยและลองใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มตรงกลางไม่มีเศษแป้งติดขึ้นมาก็เป็นอันเสร็จ

เคล็ดลับเพิ่มเติมความอร่อยฉบับมือโปร

ถ้าอยากให้มัฟฟินหน้าตาสวยเป๊ะเหมือนร้านดัง ก่อนอบให้โรยน้ำตาลทรายแดงบาง ๆ บนหน้าขนม จะช่วยเพิ่มความกรุบกรอบเวลาเคี้ยวได้ดีเยี่ยม และข้อควรระวังสำคัญคือห้ามใช้เครื่องตีไฟฟ้าเด็ดขาดในการผสมแป้ง เพราะความเร็วของเครื่องจะทำให้แป้งเหนียวแน่นเกินไปจนเสียเนื้อสัมผัสที่ร่วนนุ่มฟูของมัฟฟิน ใครที่กลัวทำพลาดจำไว้แค่ว่าคนมือเบาและส่วนผสมทุกอย่างต้องอยู่ในอุณหภูมิห้อง แค่นี้ก็รอดแน่นอน

จัดเสิร์ฟความอร่อยร้อน ๆ จากเตา

เมื่ออบเสร็จแล้วอย่าเพิ่งรีบแกะกินตอนร้อนจัดเพราะตัวขนมยังเซ็ตตัวไม่เต็มที่ ให้พักไว้บนตะแกรงประมาณ 10 นาที เพื่อให้ไอร้อนระบายออกและเนื้อขนมเซ็ตตัวดี กินคู่กับกาแฟดำร้อน ๆ หรือชาร้อนตอนเช้าบอกเลยว่าฟินจนลืมอิ่ม ใครที่ลองทำตามสูตรนี้แล้วได้ผลลัพธ์เป็นยังไง บลูเบอร์รี่แตกกระจายสวยงามทว่าเนื้อขนมยังนุ่มฟูอยู่หรือเปล่า อย่าลืมแวะมาเล่าให้เราฟังบ้างนะ