เวลาที่เราเดินผ่านร้านเบเกอรีแล้วได้กลิ่นเนยผสมกับกลิ่นผลไม้สดชื่นลอยมาเตะจมูก ใจมันก็ละลายอยากจะพุ่งตัวเข้าไปซื้อทุกที แต่บางทีซื้อเขาก็แอบหวานแสบคอแถมราคาแรงเอาเรื่อง วันนี้เราเลยอยากชวนทุกคนมาลองอบเค้กส้มฉ่ำ ๆ กินเองที่บ้านแบบสบายกระเป๋า เมนูนี้บอกเลยว่าต่อให้เป็นมือใหม่หัดจับตะกร้อก็รอด เพราะส่วนผสมหาซื้อง่ายและวิธีทำไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด แค่เตรียมใจให้พร้อมรับความอร่อยแล้วเดินเข้าครัวไปลุยกันเลยดีกว่า

เตรียมของให้พร้อมก่อนเริ่มลงมือ

การทำเบเกอรีให้สนุกและราบรื่น หัวใจสำคัญอยู่1อย่างคือการชั่งตวงวัตถุดิบให้เป๊ะตั้งแต่ก่อนเริ่ม เพื่อที่เวลาทำจริงจะได้ไม่ต้องมาลนลานหยิบโน่นจับนี่จนเละเทะ สำหรับสูตร Orange Pound Cake ฉบับนี้ เราเน้นใช้วัตถุดิบธรรมชาติที่จะช่วยดึงกลิ่นหอมและรสชาติความฉ่ำออกมาได้แบบเต็มคำ โดยไม่ต้องพึ่งสารเสริมใดๆ ทั้งสิ้น

วัตถุดิบหลักที่เราต้องเตรียมมีดังนี้

  • แป้งเค้ก 200 กรัม
  • ผงฟู 1 ช้อนชา
  • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  • เนยสดจืดอุณหภูมิห้อง 180 กรัม
  • น้ำตาลทรายป่น 150 กรัม
  • ไข่ไก่เบอร์ 2 จำนวน 3 ฟอง
  • ผิวส้มซูดารุหรือส้มนาเวลขูด 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำส้มคั้นสด 3 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมสำหรับทำตัวราดหน้าหรือ Glaze

  • น้ำตาลไอซิ่ง 100 กรัม
  • น้ำส้มคั้นสด 2 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำทีละสเต็ปแบบเข้าใจง่าย

เมื่อของพร้อมแล้วก็มาเริ่มปะทะกับเตาอบกันเลย ขั้นตอนแรกให้วอร์มเตาอบรอไว้ที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส ใช้ไฟบน-ล่างแบบไม่เปิดพัดลม และเตรียมพิมพ์เค้กโลฟยาวขนาดประมาณ 8 นิ้ว โดยทาเนยบางๆ แล้วรองกระดาษไขไว้ให้เรียบร้อยเพื่อกันติด จากนั้นร่อนแป้งเค้ก ผงฟู และเกลือเข้าด้วยกัน 1 รอบแล้วพักไว้

มาเริ่มตีเนยกันต่อโดยเอาเนยสดอุณหภูมิห้องใส่โถตี ใช้ความเร็วปานกลางตีจนเนยเริ่มนุ่มเนียนฟูเป็นสีนวล ค่อยๆ ใส่น้ำตาลทรายป่นลงไปทีละนิดจนหมด แล้วตีต่ออีกประมาณ 5 นาทีจนส่วนผสมเบาฟูขึ้นเหมือนครีมข้นๆ ขั้นตอนนี้ใจเย็นนิดนึงเพราะความฟูจะช่วยให้เค้กเนื้อนุ่ม ไม่แน่นทึบเป็นไตตอนอบเสร็จแล้ว

ใส่ไข่ไก่ลงไปทีละฟอง คอยตีให้เข้ากันดีก่อนจะใส่ฟองถัดไปเพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแยกตัว ถ้าสังเกตว่าเริ่มแยกตัวให้ตักแป้งที่ร่อนไว้ใส่ลงไปสัก 1 ช้อนโต๊ะแล้วตีต่อทันที เมื่อใส่ไข่ครบหมดแล้วให้ใส่ผิวส้มขูดเพิ่มความหอมลงไป ตามด้วยการสลับใส่แป้งที่เหลือกับน้ำส้มคั้นสด โดยเริ่มจากแป้ง น้ำส้ม และจบด้วยแป้ง ใช้พายยางตะล่อมเบาๆ แค่พอเข้ากัน อย่าคนแรงไม่งั้นเค้กจะเหนียวแน่นหนึบ

อบให้สุกหอมและวิธีทำหน้าส้มสุดฟิน

ตักส่วนผสมลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้ เกลี่ยหน้าให้เรียบเสร็จแล้วกระแทกพิมพ์เบาๆ บนโต๊ะสัก 2 ครั้งเพื่อไล่อากาศด้านในออก นำเข้าเตาอบที่วอร์มไว้ใช้เวลาประมาณ 40 ถึง 45 นาที ระหว่างอบให้แอบเช็คตอนนาทีที่ 35 โดยใช้ไม้จิ้มฟันแทงลงตรงกลางเนื้อเค้ก ถ้าดึงออกมาแล้วไม่มีเศษแป้งเปียกๆ ติดขึ้นมาแปลว่าสุกได้ที่แล้ว นำออกจากเตามาพักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท

ระหว่างรอเค้กเย็นเรามาทำซอสราดหน้ากันต่อ เอาไอซิ่งใส่ชามผสม ค่อยๆ เทน้ำส้มคั้นสดลงไปคนให้ละลายเข้ากันจนได้เนื้อข้นกำลังดี ไม่เหลวหรือหนืดจนเกินไป เมื่อเค้กเย็นสนิทแล้วก็นำมาราดลงบนตัวเค้กให้ไหลเยิ้มลงมาตามขอบแบบธรรมชาติ แต่งหน้าด้วยผิวส้มซอยหรือชิ้นส้มเชื่อมตามชอบ แค่นี้ก็ได้เค้กส้มโฮมเมดหน้าตาสวยงามน่ากินเหมือนซื้อจากคาเฟ่แล้ว

เคล็ดลับเพิ่มความอร่อยฉบับมือโปร

ความลับของเค้กส้มให้อร่อยฟินขั้นสุดอยู่ที่การเลือกส้ม ถ้าใช้ส้มที่มีกลิ่นหอมชัดเจนและรสชาติอมเปรี้ยวอมหวานจะช่วยตัดเลี่ยนได้ดีมาก ตอนขูดผิวส้มต้องระวังอย่าขูดโดนส่วนสีขาวด้านในเด็ดขาดเพราะมันจะทำให้รสชาติขมฝาดเสียอารมณ์ และข้อควรจำสำคัญคือห้ามเปิดเตาอบช่วง 20 นาทีแรกเด็ดขาด ไม่งั้นความร้อนจะตกและเค้กจะไม่ฟูสวยตามที่ตั้งใจไว้

เค้กสูตรนี้กินคู่กับกาแฟดำร้อนๆ หรือชาร้อนในยามบ่ายคือที่สุดของความฟิน เนื้อเค้กจะมีความฉ่ำเนยหอมกลิ่นส้มเตะจมูกทุกคำที่เคี้ยว เก็บใส่กล่องปิดสนิทแช่ตู้เย็นไว้กินได้หลายวันแถมเนื้อจะยิ่งฉ่ำอร่อยขึ้นไปอีกขั้น ใครลองทำตามสูตรนี้แล้วได้ผลลัพธ์เป็นยังไง อย่าลืมแวะมาเล่าให้เราฟังบ้างนะว่ากินหมดก้อนภายในกี่นาที