ถ้าพูดถึงของหวานที่กินทีไรก็ฟินทุกที หลายคนต้องนึกถึงชีสเค้กเนื้อแน่นเนียนนุ่มที่ตัดความเปรี้ยวด้วยซอสผลไม้ วันนี้เราจะชวนทุกคนมาเข้าครัวทำเมนูในฝันอย่าง New York Cheesecake กันแบบจับมือทำ รับรองว่าไม่ต้องบินไปกินไกลถึงอเมริกาแถมทำตามได้ง่ายแม้จะเพิ่งจับตะหลิวครั้งแรกในชีวิต

หัวใจสำคัญของความอร่อยระดับพรีเมียมอยู่ที่มีส่วนผสมหลักไม่กี่อย่างแต่ต้องใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้เนื้อเค้กออกมาเนียนกริบไม่มีฟองอากาศกวนใจ เตรียมตัวจดสูตรแล้วไปช้อปวัตถุดิบรอไว้ได้เลย

วัตถุดิบหลักที่ต้องเตรียมให้พร้อม

  • ครีมชีส (Cream Cheese) อุณหภูมิห้อง 500 กรัม
  • น้ำตาลทรายขาว 150 กรัม
  • แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ไก่เบอร์ 2 จำนวน 3 ฟอง
  • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  • วิปปิ้งครีม (Whipping Cream) 120 มิลลิลิตร
  • แครกเกอร์บดละเอียด 200 กรัม
  • เนยสดละลาย 100 กรัมสำหรับทำฐานพาย

เมื่อวัตถุดิบพร้อมแล้วก็ถึงเวลาลงมือแปลงร่างห้องครัวให้เป็นเบเกอรีช็อปส่วนตัว ขั้นตอนแรกให้เราจัดการทำฐานพายกรุบกรอบกันก่อนโดยนำแครกเกอร์บดมาผสมกับเนยละลายให้เข้ากันจนมีลักษณะเหมือนทรายเปียก

ขั้นตอนการทำฐานพายและเนื้อชีส

  • เทแครกเกอร์ที่ผสมเนยแล้วลงในพิมพ์ถอดก้นขนาด 8 นิ้ว ใช้ก้นแก้วกดให้แน่นเสมอกันแล้วนำไปแช่ตู้เย็นพักไว้ 30 นาที
  • ตีครีมชีสให้อ่อนตัวด้วยเครื่องตีไข่ด้วยความเร็วต่ำจนเนื้อเนียนนุ่มไม่มีก้อนเป็นเม็ด
  • ใส่น้ำตาลทรายลงไปตีผสมต่อให้เข้ากันดี ตามด้วยแป้งข้าวโพดและกลิ่นวานิลลา
  • ใส่ไข่ไก่ทีละฟอง ค่อย ๆ ตีด้วยความเร็วต่ำให้เข้ากัน อย่าตีแรงเกินไปเพราะจะทำให้มีฟองอากาศเยอะเกินไป
  • สุดท้ายเทวิปปิ้งครีมลงไปผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียวแล้วปิดเครื่อง

มาถึงขั้นตอนการอบซึ่งเป็นจุดวัดใจว่าจะเนียนหรือจะแตก วันนี้เราจะใช้วิธีอบแบบรองน้ำหรือ Water Bath เพื่อให้ความร้อนกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอและป้องกันไม่ให้หน้าเค้กแตกยับเยิน

เคล็ดลับอบยังไงให้เนียนกริบไม่แตกลายงา

  • ห่อก้นพิมพ์ด้วยฟอยล์หนา 2 ชั้นกันน้ำซึมเข้า แล้ววางลงในถาดอบที่มีน้ำร้อนหล่อไว้สูงประมาณ 1 นิ้ว
  • เทส่วนผสมครีมชีสลงบนฐานแครกเกอร์ที่แช่เย็นไว้ กระแทกพิมพ์เบา ๆ 2 ครั้งเพื่อไล่ฟองอากาศ
  • นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจนขอบเซ็ตตัวแต่ตรงกลางยังกระดอนนิดหน่อย
  • ปิดเตาแล้วแง้มฝาเตาอบไว้ปล่อยให้เค้กเย็นตัวช้า ๆ ในเตาอีก 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการหดตัวฉับพลัน
  • นำออกจากเตาแล้วแช่ตู้เย็นข้ามคืนก่อนตัดเสิร์ฟ จะได้เนื้อสัมผัสที่แน่นเนียนและฟินที่สุด

การทำชีสเค้กกินเองที่บ้านนอกจากจะประหยัดเงินในกระเป๋าแล้ว ยังได้ความภูมิใจที่ได้โชว์ฝีมือให้คนรอบข้างได้ชิมอีกด้วย ลองจินตนาการถึงกลิ่นหอมของเนยและครีมชีสที่ลอยฟุ้งทั่วบ้านในวันหยุดสุดสัปดาห์ดูสิคะว่ามีความสุขขนาดไหน

ถ้าคุณได้ลองทำสูตรนี้ดูแล้ว เค้กออกมารสชาติเป็นยังไงบ้างหรือมีเคล็ดลับอะไรเพิ่มเติมที่อยากแชร์ให้เพื่อน ๆ ได้ลองทำตามกันบ้างไหม