เวลาที่เราเดินผ่านคาเฟ่แล้วได้กลิ่นกาแฟหอม ๆ ลอยมาเตะจมูกพร้อมกับเค้กเนื้อฉ่ำชิ้นโต มันช่างเป็นความสุขเล็ก ๆ ที่ช่วยชาร์จพลังให้วันเหนื่อย ๆ ได้ดีเหลือเกิน แต่จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถเนรมิตรสชาติแบบนั้นขึ้นมาได้เองในห้องครัวที่บ้าน โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์ยุ่งยากหรือทักษะระดับเชฟ วันนี้เราเลยจะชวนทุกคนมาทำขนมโฮมเมดแสนอร่อยอย่าง Coffee Walnut Loaf Cake ที่บอกเลยว่าทำง่ายกว่าที่คิด และให้ผลลัพธ์ที่อร่อยฟินจนคนในบ้านต้องร้องขอชีวิต
เตรียมของให้พร้อมก่อนเริ่มลุย
การทำขนมให้ออกมาอร่อยเป๊ะ ขั้นตอนแรกที่สำคัญมากคือการเตรียมวัตถุดิบให้ครบถ้วนและอยู่ในอุณหภูมิห้อง โดยเฉพาะเนยและไข่ไก่ที่จะช่วยให้เนื้อเค้กเนียนนุ่มฟู ไม่แยกชั้นเวลาอบ สำหรับสูตรนี้เราจะใช้พิมพ์โลฟทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ทั่วไป
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 200 กรัม
- ผงฟู 1 ช้อนชา
- ผงกาแฟสำเร็จรูป 2 ช้อนโต๊ะละลายน้ำอุ่น 2 ช้อนโต๊ะ
- เนยจืดอุณหภูมิห้อง 150 กรัม
- น้ำตาลทรายแดง 130 กรัม
- ไข่ไก่เบอร์ 2 จำนวน 2 ฟอง
- วอลนัทอบสับหยาบ 80 กรัม
- นมสด 50 มิลลิลิตร
ผสมแป้งและสร้างความหอม
เมื่อวัตถุดิบพร้อมแล้วก็ถึงเวลาลงมือทำ เริ่มจากการร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์กับผงฟูเข้าด้วยกันในชามผสมใบใหญ่ เพื่อให้อากาศเข้าไปแทรกตัวทำให้เค้กของเรามีความเบานุ่ม จากนั้นพักไว้ก่อนแล้วหันมาตีเนยสดกับน้ำตาลทรายแดงด้วยตะกร้อมือหรือเครื่องตีไฟฟ้าจนเนยเปลี่ยนเป็นสีอ่อนและขึ้นฟูสวยงาม ซึ่งขั้นตอนนี้จะช่วยให้น้ำตาลละลายและเกิดเนื้อสัมผัสที่ละมุนลิ้น
ใส่ไข่ไก่ลงไปทีละฟองแล้วตีให้เข้ากันดีก่อนจะใส่ฟองถัดไป เพื่อไม่ให้ส่วนผสมแยกตัว จากนั้นเทกาแฟที่เราละลายน้ำอุ่นไว้ลงไปผสม พร้อมกับสลับใส่น้ำนมและแป้งที่ร่อนไว้ทีละน้อย ใช้พายยางตะล่อมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันอย่างเบามือ จนเนื้อแป้งเนียนเป็นเนื้อเดียวกันไม่มีเม็ดแป้งหลงเหลืออยู่
เติมความกรุบกรอบแล้วเอาเข้าเตาอบ
พระเอกอีกตัวที่จะมาเพิ่มความอร่อยให้กับเค้กชิ้นนี้ก็คือน้องวอลนัท ใครชอบความเคี้ยวมันสะใจสามารถใส่เพิ่มได้ตามใจชอบ ให้นำวอลนัทสับหยาบเกือบทั้งหมดมาเทใส่ลงในชามแป้งเค้ก เก็บไว้โรยหน้าสักเล็กน้อย แล้วใช้พายคนเบา ๆ ให้กระจายตัวทั่วทั้งชาม จากนั้นเตรียมพิมพ์โลฟโดยการทาเนยบาง ๆ ที่ก้นและขอบพิมพ์ หรือจะรองด้วยกระดาษไขเพื่อให้แกะออกง่ายหลังอบเสร็จ
เทส่วนผสมเค้กทั้งหมดลงในพิมพ์ เกลี่ยหน้าให้เรียบเสมอกันแล้วโรยหน้าด้วยวอลนัทที่เหลือ นำเข้าเตาอบที่อุ่นไว้ล่วงหน้าที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส เป็นเวลาประมาณ 45 ถึง 50 นาที ระหว่างอบกลิ่นกาแฟและเนยจะหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบ้านจนอดใจแทบไม่ไหว
เช็กความสุกและเคล็ดลับความอร่อย
วิธีเช็กว่าเค้กสุกดีหรือยังให้ใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มลงไปตรงกลางเนื้อเค้ก ถ้าดึงออกมาแล้วไม่มีเศษแป้งเปียกติดขึ้นมาแปลว่าสุกได้ที่แล้ว นำออกจากเตาอบมาพักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิทก่อนจะตัดแบ่งเป็นชิ้นพอดีคำ ความลับสำคัญคือเค้กชนิดนี้จะยิ่งอร่อยฉ่ำขึ้นไปอีกถ้าปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืนในตู้เย็น เพราะรสชาติกาแฟจะซึมซับเข้าเนื้อเค้กได้ดีขึ้นแบบเต็มร้อย
การทำเบเกอรี่กินเองที่บ้านนอกจากจะประหยัดแล้ว ยังเป็นกิจกรรมฮีลใจในวันหยุดที่สนุกและภูมิใจทุกครั้งที่ได้ยินเสียงคนใกล้ตัวชมว่าอร่อย ถ้าได้ลองอบเค้กกาแฟวอลนัทสูตรนี้แล้ว ทุกคนชอบกินคู่กับกาแฟดำร้อน ๆ หรือนมสดเย็น ๆ มากกว่ากัน