เวลาที่เราเห็นเค้กสีแดงเข้มตัดกับครีมสีขาวเนียนบนตู้กระจกในร้านกาแฟทีไร ใจมันก็สั่นทุกทีอยากจะพุ่งตัวเข้าไปสั่งมากินให้หายอยาก แต่บอกเลยว่าการจะกินของอร่อยระดับคาเฟ่ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเสมอไป วันนี้เราเลยจัดสูตรลับทำเค้กยอดฮิตมาฝากกันแบบละเอียดยิบ รับรองว่าต่อให้เป็นมือใหม่หัดอบขนมที่เพิ่งเคยเปิดเตาอบครั้งแรกก็ทำตามได้สบาย มาร1. ของดีอร่อยชัวร์แน่นอน เตรียมตัวจดสูตรแล้วลุกขึ้นมาเตรียมวัตถุดิบไปพร้อมกันได้เลย
วัตถุดิบหลักและอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมให้พร้อม
ก่อนจะเริ่มลงมือทำ เรามาเช็กลิสต์ของอร่อยกันก่อนว่ามีอะไรบ้าง เริ่มจากตัวเนื้อเค้กต้องใช้แป้งเค้ก 250 กรัม ผงโกโก้คุณภาพดี 15 กรัม เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา และเกลือป่นเล็กน้อย ส่วนของเหลวและไขมันประกอบด้วยน้ำตาลทราย 200 กรัม น้ำมันพืช 150 มิลลิลิตร ไข่ไก่เบอร์ 1 จำนวน 2 ฟอง บัตเตอร์มิลค์หรือนมผสมน้ำมะนาว 120 มิลลิลิตร สีผสมอาหารสีแดงชนิดเจล 1 ช้อนชา และน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์ 1 ช้อนชา ใครไม่มีเตาอบตัวใหญ่ก็ไม่ต้องตกใจเพราะใช้เตาอบขนาดเล็กตามบ้านได้เลย
ขั้นตอนการผสมแป้งเค้กให้เนียนนุ่ม
เริ่มต้นความอร่อยด้วยการร่อนแป้งเค้ก ผงโกโก้ เบกกิ้งโซดา และเกลือเข้าด้วยกันในอ่างผสมใบใหญ่เพื่อให้ส่วนผสมแห้งกระจายตัวได้ดีและเนื้อเค้กไม่เป็นก้อนเวลาอบ ในอีกอ่างหนึ่งให้ตีไข่ไก่กับน้ำตาลทรายด้วยตะกร้อมือจนฟูเนียนเปลี่ยนเป็นสีนวล จากนั้นทยอยใส่น้ำมันพืช บัตเตอร์มิลค์ และสีผสมอาหารสีแดงเจลลงไปคนให้เข้ากันจนเนียนสวย ขั้นตอนนี้สำคัญมากเพราะสีแดงจะช่วยให้เค้กดูสวยเด่นเป็นเอกลักษณ์
เทคนิคการผสมของเหลวและของแห้ง
เมื่อได้ส่วนผสมเหลวที่เนียนเข้ากันดีแล้ว ให้ค่อยๆ เทส่วนผสมแป้งที่ร่อนไว้ลงไปทีละน้อย สลับกับการใช้ไม้พายตะล่อมเบาๆ ด้วยความนุ่มนวล อย่าคนแรงเด็ดขาดไม่งั้นเนื้อเค้กจะเหนียวและไม่อฟู เมื่อแป้งเข้ากันดีแล้วขั้นตอนสุดท้ายให้ใส่น้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดาผสมกันแล้วรีบเทใส่แป้ง คนเร็วๆ อีกทีเพื่อให้เกิดฟองอากาศเล็กน้อยที่จะช่วยให้เนื้อเค้กมีความนุ่มฟูเบาสะใจเวลาอบเสร็จ
เข้าเตาอบความร้อนพอดีจนสุกหอม
เตรียมพิมพ์เค้กขนาด 2 ปอนด์ โดยทาน้ำมันบางๆ และปูด้วยกระดาษไขที่ก้นพิมพ์เพื่อกันเค้กติด เทส่วนผสมแป้งเค้กที่เราเตรียมไว้ลงในพิมพ์ให้เรียบร้อย เคาะพิมพ์เบาๆ 2 ครั้งเพื่อไล่อากาศด้านในออก นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 30 ถึง 35 นาที เช็กความสุกโดยใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มลงตรงกลางเค้ก ถ้าไม่มีเศษแป้งติดขึ้นมาแสดงว่าสุกกำลังดี นำออกจากเตามาพักไว้บนตะแกรงให้เย็นสนิท
ทำครีมชีสฟรอสติ้งเนื้อเนียนละมุนลิ้น
เค้กสีแดงจะอร่อยสมบูรณ์แบบไม่ได้เลยถ้าขาดครีมชีสรสชาติเปรี้ยวหวานกลมกล่อม วิธีทำก็ง่ายแสนง่าย เตรียมครีมชีสอุณหภูมิห้อง 200 กรัม เนยสดจืดนิ่ม 100 กรัม และไอシングซูการ์หรือน้ำตาลไอซิ่ง 120 กรัม นำครีมชีสกับเนยมาตีรวมกันด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนเนื้อเนียนฟูขาว จากนั้นทยอยใส่น้ำตาลไอซิ่งลงไปตีต่อจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน หอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ จะช่วยชูรสชาติให้ละมุนลิ้นยิ่งขึ้น
แต่งหน้าเค้กให้สวยปังพร้อมเสิร์ฟ
เมื่อเค้กเย็นสนิทดีแล้ว นำมีดตัดแบ่งเค้กออกเป็น 2 ชั้นตามแนวนอนเพื่อให้ทาครีมได้ทั่วถึง ตักครีมชีสฟรอสติ้งปาดลงไส้กลางเค้กให้หนาพอประมาณ วางเค้กชั้นบนประกบกลับเข้าไป แล้วจัดการปาดครีมให้ทั่วทั้งก้อนแบบไม่ต้องเรียบมากเกินไปเพื่อให้ได้ฟีลโฮมเมดน่ากิน ตกแต่งด้วยเศษเค้กที่ตัดแต่งออกโรยด้านบนให้สวยงาม แค่นี้ก็ได้เค้กหน้าตาน่ากินพร้อมถ่ายรูปอวดเพื่อนแล้ว
เคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อความสำเร็จแบบมือโปร
สำหรับมือใหม่มีข้อควรระวังเล็กน้อยคือ วัตถุดิบที่เป็นของเหลวอย่างไข่และครีมชีสควรเอาออกมาพักไว้ให้หายเย็นในอุณหภูมิก่อนลงมือทำเสมอ เพราะจะทำให้ส่วนผสมเข้ากันได้ง่ายและไม่แยกชั้น นอกจากนี้การใช้น้ำส้มสายชูกับเบกกิ้งโซดาคือเคล็ดลับสำคัญที่จะทำปฏิกิริยากัดสีโกโก้ให้เข้มขึ้นและช่วยดันให้เค้กฟูสวย ถ้าทำตามนี้รับรองว่าเค้กของคุณจะเนื้อนุ่มฟูอร่อยไม่แพ้ร้านดังเลยทีเดียว คุณชอบกินเค้กเนื้อครีมชีสแบบนี้หรือชอบแบบเค้กช็อกโกแลตธรรมดามากกว่ากัน