ลองนึกภาพตอนเราเดินจูงมือลูกไปตลาดหรือเดินเล่นในสวนหลังบ้านสิครับ รอบตัวเรามีแต่สีสันเต็มไปหมดเลยนะ ทั้งสีแดงของมะเขือเทศ สีเขียวของใบไม้ หรือสีฟ้าของท้องฟ้า นี่แหละคือห้องเรียนที่ใหญ่ที่สุดและดีที่สุดสำหรับเด็กๆ เลย เพราะเขาได้เห็นของจริง สัมผัสจริง ไม่ใช่แค่ดูในสมุดภาพเฉยๆ การเริ่มต้นเรียนรู้ภาษาอังกฤษจากสิ่งที่มองเห็นได้ชัดเจนอย่างเรื่องสี จึงเป็นก้าวแรกที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับเจ้าตัวเล็กครับ

การสอนภาษาอังกฤษให้เด็กเริ่มจากสิ่งที่เขาชอบจะช่วยได้เยอะมากครับ แทนที่จะมานั่งท่องจำว่า Red แปลว่าแดง เราลองเปลี่ยนมาเป็นชี้ที่รถของเล่นคันโปรดแล้วบอกว่า Look! It is a red car. แบบนี้เด็กจะจำภาพจำความรู้สึกได้ดีกว่าการท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทองเยอะเลยครับ เพราะสมองของเด็กวัยนี้จะเชื่อมโยงคำศัพท์เข้ากับวัตถุที่เขาเห็นตรงหน้าได้รวดเร็วมาก ยิ่งเป็นของที่เขาคลุกคลีอยู่ทุกวันเขายิ่งอยากจะเรียกชื่อมันให้ถูก

## เริ่มจากสีพื้นฐานที่เห็นบ่อยที่สุด

เราควรเริ่มจากแม่สีหลักๆ ก่อนครับ เช่น สีแดง (Red) สีน้ำเงิน (Blue) และสีเหลือง (Yellow) เพราะสีพวกนี้มันเด่นชัดและแยกแยะง่ายที่สุดสำหรับสายตาเด็กๆ เวลาอยู่บ้านลองเล่นเกม หาสิ่งของ ดูก็ได้ครับ เช่น ใครหาของสีเหลืองในบ้านเจอเป็นคนแรกชนะ รับรองว่าวิ่งกันวุ่นสนุกสนานแน่นอน การเล่นแบบนี้จะทำให้เขารู้สึกว่าภาษาอังกฤษไม่ใช่บทเรียนที่น่าเบื่อ แต่มันคือส่วนหนึ่งของการละเล่นที่แสนสนุก

พอเขาเริ่มแม่นแม่สีแล้ว เราค่อยขยับไปสีที่เกิดจากการผสมกันครับ อย่างสีเขียว (Green) ที่เกิดจากน้ำเงินผสมเหลือง หรือสีส้ม (Orange) ที่เกิดจากแดงผสมเหลือง การเล่าเรื่องราวที่มาของสีแบบนี้จะทำให้เด็กตื่นเต้นและอยากรู้ต่อว่าถ้าเอาสีนั้นมาผสมสีนี้จะได้สีอะไรออกมาอีก เป็นการฝึกทักษะวิทยาศาสตร์ (Science) ไปในตัวด้วยครับ ทำให้เขาได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ควบคู่ไปกับการจำคำศัพท์ใหม่ๆ

อย่าลืมเรื่องสีขาว (White) และสีดำ (Black) นะครับ สองสีนี้สำคัญมากเพราะมันคือพื้นฐานของแสงและเงา เราอาจจะเปรียบเทียบกับตอนกลางวันที่มีแสงแดดสว่างๆ กับตอนกลางคืนที่มืดสนิทเพื่อให้เขาเห็นภาพชัดขึ้นว่าสีขาวคือความสว่าง และสีดำคือความมืดนั่นเอง การเปรียบเทียบกับปรากฏการณ์ธรรมชาติจะช่วยให้เด็กเข้าใจความหมายของสีในเชิงสัญลักษณ์ได้ลึกซึ้งขึ้นกว่าเดิม

## เทคนิคการใช้ประโยคสั้นๆ ให้ติดหู

เวลาคุยกับลูกเรื่องสี เราไม่จำเป็นต้องใช้ไวยากรณ์ (Grammar) ที่ยากหรือซับซ้อนเลยครับ แค่ประโยคง่ายๆ อย่าง What color is it? ที่แปลว่า นี่สีอะไรเหรอ หรือ Can you find something blue? ที่แปลว่า ลูกหาอะไรที่เป็นสีน้ำเงินให้ดูหน่อยได้ไหม แค่นี้ก็เป็นการฝึกให้เขาได้ฟังสำเนียงและคุ้นชินกับการโต้ตอบเป็นภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันแล้วครับ

การตอบของลูกก็สำคัญครับ ถ้าเขาตอบแค่ Red เราก็อย่าเพิ่งไปดุว่าตอบสั้นไปนะ ให้เราลองเสริมให้เขานิดนึงด้วยรอยยิ้มว่า Yes, it is red. เพื่อให้เขาค่อยๆ ซึมซับการพูดเป็นประโยคที่สมบูรณ์ขึ้นโดยที่เราไม่ต้องไปกดดันเขา หัวใจสำคัญคือการสร้างความมั่นใจ (Confidence) ในการสื่อสารครับ เมื่อเขารู้สึกปลอดภัยที่จะพูดผิด เขาก็จะกล้าที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มากขึ้นเอง

อีกวิธีที่ได้ผลดีแบบเหลือเชื่อคือการร้องเพลงครับ เพลงเด็กภาษาอังกฤษที่มีเรื่องสีเยอะมาก เช่น เพลงสายรุ้ง (Rainbow song) จังหวะดนตรีจะช่วยให้สมองเด็กจดจำคำศัพท์ได้นานกว่าปกติ แถมยังช่วยเรื่องการออกเสียง (Pronunciation) ให้ชัดเจนขึ้นด้วยเพราะเด็กๆ มักจะเลียนแบบเสียงร้องตามธรรมชาติได้เก่งกว่าการพูดตามปกติ ลองเปิดเพลงไปแล้วเต้นไปพร้อมกับลูกดูนะครับ

## เชื่อมโยงสีกับรสชาติและกลิ่น

เราลองยกระดับการเรียนรู้ด้วยการใช้ประสาทสัมผัสอื่นดูไหมครับ เช่น เวลาทานผลไม้ สีเหลืองของกล้วย (Yellow banana) มันมีรสหวานนะ หรือสีเขียวของมะนาว (Green lime) มันเปรี้ยวจี๊ดเลย การเชื่อมโยงสีเข้ากับรสชาติจะทำให้เด็กมีคลังคำศัพท์ที่กว้างขึ้นและเห็นภาพรวมของสิ่งของนั้นๆ ได้ลึกซึ้งกว่าเดิม ไม่ใช่แค่จำได้ว่าสีอะไร แต่จำได้ว่าสีนั้นให้ความรู้สึกอย่างไรด้วย

กิจกรรมระบายสีก็ห้ามพลาดเด็ดขาดครับ เตรียมกระดาษแผ่นใหญ่ๆ กับสีเทียนหรือสีน้ำมาวางไว้ แล้วปล่อยให้เขาได้สร้างสรรค์ผลงานตามใจชอบ ระหว่างที่เขาระบายเราก็ชวนคุยไปเรื่อยๆ ว่าตอนนี้ใช้สีอะไรอยู่ (What color are you using?) การได้ลงมือทำ (Learning by doing) จะช่วยให้ความจำระยะยาวทำงานได้ดีที่สุด และเขาก็จะได้ภูมิใจกับผลงานศิลปะที่มีสีสันสวยงามของตัวเองด้วย

สุดท้ายนี้อยากฝากไว้ว่า การเรียนภาษาอังกฤษไม่ใช่เรื่องของการสอบให้ได้คะแนนเต็ม แต่มันคือการเปิดประตูสู่โลกกว้างให้ลูกเราครับ สีสันรอบตัวนี่แหละคือครูที่ดีที่สุด ถ้าเราทำให้การเรียนรู้เป็นเรื่องสนุกและเป็นธรรมชาติ ลูกก็จะเติบโตมาพร้อมกับทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ภาษาไปตลอดชีวิต พยายามทำให้ทุกวันเป็นวันแห่งสีสันนะครับ

แล้วที่บ้านของทุกคนล่ะครับ มีสิ่งของสีอะไรที่ลูกๆ ชอบเป็นพิเศษจนจำชื่อภาษาอังกฤษได้แม่นกว่าสีอื่นบ้างไหมครับ