เวลาที่เรานึกถึงอาหารไทยที่กินทีไรก็ฟินทุกที แกงเขียวหวานไก่ต้องติดโผอันดับต้นๆ ในใจใครหลายคนแน่นอน เมนูนี้มีความพิเศษตรงที่ความหอมของเครื่องแกงและความมันนัวของกะทิที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว วันนี้เราเลยจะพามาเปิดสูตรลับที่ทำตามได้ง่ายๆ ในครัวคอนโดหรือบ้านของเราเอง รับรองว่าเปิดเตาปุ๊บ กลิ่นหอมจะฟุ้งจนข้างห้องต้องอิจฉาแน่นอน เตรียมผ้ากันเปื้อนให้พร้อมแล้วไปลุยกันเลยดีกว่า
ของที่ต้องเตรียม หาซื้อง่ายได้ทุกตลาดใกล้บ้าน
การทำแกงเขียวหวานให้อร่อย ขั้นตอนแรกคือการเตรียมวัตถุดิบให้ครบถ้วนและสดใหม่ ซึ่งหาซื้อได้ง่ายตามซูเปอร์มาร์เก็ตหรือตลาดสดทั่วไป
- เนื้อไก่ ใช้ส่วนสะโพกไก่ 300 กรัม หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ เพราะเนื้อส่วนนี้จะนุ่มชุ่มฉ่ำไม่แห้งกระด้างเวลาโดนความร้อน
- หัวและหางกะทิ รวมกันประมาณ 500 มิลลิลิตร แนะนำให้ใช้กะทิกล่องคุณภาพดีก็สะดวกและหอมมันใช้ได้เลย
- พริกแกงเขียวหวาน 2 ช้อนโต๊ะ เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยประหยัดเวลาแต่ยังคงความเข้มข้น
- มะเขือเปราะ 4-5 ลูก ผ่าสี่ และมะเขือพวงตามชอบ เพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสกรุบกรอบ
- ใบมะกรูดฉีก 4-5 ใบ พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉก และใบโหระพาเด็ดเป็นใบๆ สำหรับแต่งกลิ่นและสีสัน
- น้ำปลาดี น้ำตาลปี๊บเล็กน้อยสำหรับตัดรส และเกลือป่นนิดหน่อย
ขั้นตอนการทำแบบจับมือทำ ไม่มีพื้นฐานก็รอด
เมื่อวัตถุดิบพร้อมแล้ว เรามาเริ่มลงมือทำกันเลยทีเดียว ขั้นตอนไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด แค่ตั้งสติแล้วทำตามทีละสเต็ป
- ตั้งหม้อเปิดไฟกลาง ใส่หัวกะทิลงไปเคี่ยวสักพักจนกะทิแตกมันสวยงาม ขั้นตอนนี้สำคัญมาก ห้ามใจร้อนเด็ดขาด
- ใส่พริกแกงเขียวหวานลงไปผัดกับกะทิที่แตกมันแล้ว ผัดด้วยไฟอ่อนจนพริกแกงส่งกลิ่นหอมฟุ้งและมีน้ำมันสีเขียวลอยหน้า
- ใส่เนื้อสะโพกไก่ลงไปผัดคลุกเคล้ากับพริกแกงให้ทั่ว จนเนื้อไก่เริ่มสุกและดูดซับความหอมของเครื่องแกงเข้าไปข้างใน
- เติมหัวกะทิและหางกะทิที่เหลือลงไปทั้งหมด เร่งไฟให้เดือดปุดๆ แล้วหรี่ลงเป็นไฟกลาง
- ใส่มะเขือเปราะและมะเขือพวงลงไป กดให้จมน้ำแกงเพื่อไม่ให้มะเขือดำ ปล่อยให้เดือดต่อจนมะเขือสุกนิ่มตามชอบ
- ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ ชิมรสให้ได้ความเค็มนำ หวานตาม และมีความมันนัวกลมกล่อมปิดท้าย
- ใส่ใบมะกรูด พริกชี้ฟ้าแดง และปิดท้ายด้วยการโรยใบโหระพา กดให้จมลงไปในน้ำแกงแล้วปิดเตาทันที เพื่อไม่ให้ใบโหระพาช้ำและคงความหอมสดชื่น
เคล็ดลับความอร่อยระดับเหลาที่หลายคนมองข้าม
การทำแกงเขียวหวานให้อร่อยเหมือนร้านอาหารชื่อดัง มีเทคนิคง่ายๆ อยู่ไม่กี่ข้อที่พวกเราสามารถทำตามได้ทันที
- การผัดพริกแกงกับหัวกะทิให้แตกมัน จะช่วยดึงกลิ่นหอมของสมุนไพรในพริกแกงออกมาได้ดีที่สุด ทำให้แกงไม่เหม็นเขียว
- การใส่มะเขือเปราะลงไปแล้วห้ามคนบ่อย เพราะจะทำให้มะเขือเปลี่ยนเป็นสีดำและดูไม่น่ากิน
- การใส่ใบโหระพาเป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังปิดไฟแล้ว จะช่วยรักษาความหอมของน้ำมันหอมระเหยในใบโหระพาให้อยู่ครบถ้วน
จัดจานอย่างไรให้ดูโปรและน่ากินขึ้นเป็นกอง
อาหารอร่อยแล้ว การจัดจานก็มีส่วนช่วยเพิ่มความอยากอาหารได้อีกเท่าตัว ลองตักแกงเขียวหวานใส่ชามเซรามิกสีขาวตัดกับสีเขียวของแกง แต่งหน้าด้วยใบโหระพาและพริกชี้ฟ้าแดงสดๆ เสิร์ฟคู่กับขนมจีนเส้นสดหรือข้าวสวยร้อนๆ แกล้งๆ แนบไข่เจียวฟูๆ อีกสักจาน รับรองว่ามื้อนี้ฟินจนลืมอ้วนไปเลย แกงเขียวหวานหม้อแรกในชีวิตของคุณหน้าตาออกมาเป็นอย่างไร หรือมีเคล็ดลับอะไรเพิ่มเติมที่อยากแชร์ให้เพื่อนๆ รู้บ้างไหม